บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนเพื่อย้ายถิ่นฐานและขอสัญชาติ ‘Henley and Partners’ เปิดเผยรายงานวิเคราะห์ล่าสุดเกี่ยวกับสถานที่พำนักของมหาเศรษฐีทั่วโลกและบ้านหรือที่พักที่มูลค่าสูงระดับไฮ-เอนด์จากเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก โดยระบุว่า ในกลุ่ม 20 อันดับแรกของเมืองที่มีมหาเศรษฐีอาศัยอยู่มากที่สุดในโลกนั้น เป็นเมืองต่าง ๆ ในเอเชียเสีย 6 อันดับด้วยกัน

ทั้งนี้ ‘มหาเศรษฐี’ ตามนิยามของรายงานฉบับนี้คือผู้ที่มีทรัพย์สินมูลค่ารวมกันแล้วมากกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 37.5 ล้านบาท) ขึ้นไป และจะพิจารณาเฉพาะมหาเศรษฐีที่มีที่พักในประเทศสมาชิกของบริษัทเท่านั้น

ประเทศที่มี ‘เมืองมหาเศรษฐี’ มากที่สุดคือสหรัฐอเมริกา มีทั้งหมด 6 เมืองด้วยกัน ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์มี 2 เมือง ส่วนในยุโรป มีเพียง ปารีสและลอนดอนที่ติด 20 อันดับแรก ทางด้านออสเตรเลียก็มีเมืองซิดนีย์และเมลเบิร์น ควบคู่มากับอีก 6 เมืองในทวีปเอเชีย

นิวยอร์กคือเมืองที่มีมหาเศรษฐีมากที่สุด โดยประมาณได้ว่ามีมหาเศรษฐีราว 345,600 คน และมหาเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญสหรัฐอีก 59 คน 

เมืองที่ตามมาเป็นอันดับ 2 คือโตเกียว ด้วยจำนวนมหาเศรษฐีราว 304,900 คน และมหาเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญสหรัฐอีก 12 คน ส่วนสิงคโปร์อยู่ในลำดับที่ 5 ด้วยจำนวนมหาเศรษฐี 249,800  คน และมหาเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญสหรัฐอีก 26 คน 

ปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้อยู่ในลำดับที่ 9 และ 10 ตามลำดับของเมืองมหาเศรษฐี ขณะที่ฮ่องกงอยู่ในลำดับที่ 12 โดยมีกรุงโซลเป็นเมืองสุดท้ายในเอเชียใน 20 อันดับแรก โดยรั้งอันดับที่ 16

สำหรับรายละเอียดของจำนวนมหาเศรษฐีของเมืองทั้ง 6 เมืองในเอเชียมีดังนี้

1. โตเกียว มีจำนวนมหาเศรษฐีราว 304,900 คน, มหาเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญสหรัฐ 12 คน

2. สิงคโปร์ มีจำนวนมหาเศรษฐีราว 249,800 คน, มหาเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญสหรัฐ 26 คน

3. ปักกิ่ง มีจำนวนมหาเศรษฐีราว 131,500 คน, มหาเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญสหรัฐ 44 คน

4. เซี่ยงไฮ้ มีจำนวนมหาเศรษฐีราว 130,100 คน, มหาเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญสหรัฐ 42 คน

5. ฮ่องกง มีจำนวนมหาเศรษฐีราว 125,100 คน, มหาเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญสหรัฐ 28 คน

6. โซล มีจำนวนมหาเศรษฐีราว 10,100 คน, มหาเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญสหรัฐ 25 คน

แหล่งข่าว : nextshark.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES