จากกรณีที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ออกมาอธิบายว่า ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงราคาน้ำมันได้ เนื่องจากหน่วยงานไม่มีอำนาจ ต่อมา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาวิจารณ์ว่า รมว.พาณิชย์ กำลังเสี่ยงต่อการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ต่อมา “สิริพงศ์” อัด “พีระพันธุ์” ปมจวก “พาณิชย์” เกียร์ว่าง ไม่คุมราคาน้ำมัน สวนแรง ตอนมีอำนาจไม่ทำให้เสร็จ เก่งแต่วิจารณ์ ผลงานอยู่ไหน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “อัษฎางค์ ยมนาค” หรือ “เอ็ดดี้” นักวิชาการอิสระ ได้ออกมาโพสต์วิเคราะห์กรณีคุมราคาน้ำมัน ย้ำชัด “สินค้าควบคุม” ไม่ได้หมายถึงพาณิชย์มีอำนาจสั่งราคา เผยโครงสร้างราคาน้ำมันเป็นอำนาจของกระทรวงพลังงานตามกฎหมายเฉพาะ

โดย อัษฎางค์ ระบุข้อความว่า “การอ่านกฎหมายไม่สุดทางหรือไม่ พีระพันธุ์ถามศุภจี “คุณเป็นรัฐมนตรีประเทศไหน” ต่อมา คุณอรรถวิชช์ ที่เคารพงัดบัญชีสินค้าควบคุมออกมาโชว์เพื่อจะบอกว่า “พาณิชย์คุมราคาน้ำมันได้”

อีกทั้ง “อัษฎางค์” ได้ยก 3 ข้อ ในความเข้าใจ มีดังนี้
1. “สินค้าควบคุม” ไม่ได้แปลว่า “ต้องคุมราคา”
การที่น้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในบัญชีสินค้าควบคุมตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 นั้น เป็นเรื่องจริงที่ไม่มีใครปฏิเสธ แต่กฎหมายมาตรา 24 และ 25 ให้อำนาจคณะกรรมการกลาง (กกร.) เลือกใช้มาตรการตามความเหมาะสม ในทางปฏิบัติ ประเทศไทยได้ยกเลิกการควบคุมราคาขายปลีกน้ำมันมาตั้งแต่ปี 2534 เพื่อให้เป็นไปตามกลไกตลาดเสรี ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จึงมีหน้าที่เพียง “กำกับดูแลความเป็นธรรม” เช่น ตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมันว่าตวงเต็มลิตรไหม และบังคับให้ปั๊มติดป้ายราคาให้ชัดเจน แต่ไม่มีอำนาจไป “สั่งลดราคา” หรือ “รื้อโครงสร้างต้นทุน” ตามอำเภอใจ
2. กฎหมายเฉพาะ ย่อมเหนือกว่า กฎหมายทั่วไป
ปัจจุบันเรามี พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะที่ให้อำนาจกระทรวงพลังงาน เป็น “เจ้าภาพหลัก” ในการบริหารจัดการราคาผ่านกลไกกองทุนฯ การจะมาอ้างกฎหมายพาณิชย์เพื่อกดดันให้ รมว.พาณิชย์ ไปก้าวก่ายงานในหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน จึงเป็นการตีความกฎหมายที่ผิดหลักการบริหารราชการแผ่นดินอย่างรุนแรง
3. ย้อนศรหรือไม่
ถ้าคุณอรรถวิชช์ เชื่อมั่นว่ากฎหมายพาณิชย์ฉบับนี้ “วิเศษ” ขนาดสั่งคุมราคาน้ำมันได้ทันที ผมมีคำถามง่ายๆ ที่อยากให้ตอบว่า “แล้วตอนที่คุณพีระพันธุ์ เป็น รมว.พลังงาน ทำไมท่านถึงประกาศออกสื่อชัดเจนว่า ท่านไม่มีอำนาจทำอะไรเลย เพราะระบบกฎหมายบ้านเราวางไว้ผิดพลาด?” ในเมื่อตอนนั้นท่านก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดียวกัน ทำไมมือกฎหมายระดับ “ตัวพ่อ” อย่างท่านถึงไม่บอกให้ รมว.พาณิชย์ ในขณะนั้นงัดกฎหมายฉบับนี้มาใช้แก้ปัญหาให้ประชาชนล่ะครับ? หรือว่าตอนนั้นกฎหมายมาตรานี้ยังไม่มี แต่เพิ่งจะมา “นึกออก” เอาตอนนี้เพื่อใช้เป็นเครื่องมือดิสเครดิตสุภาพสตรี

นอกจากนี้ “การที่คุณพีระพันธุ์ใช้คำพูดว่า “คุณเป็นรัฐมนตรีประเทศไหน” กับสุภาพสตรีที่ทำหน้าที่ตามขอบเขตกฎหมายของตนเอง จึงไม่ใช่แค่เรื่องของข้อกฎหมาย แต่มันคือเรื่องของ “วุฒิภาวะ” และ “ความสม่ำเสมอของตรรกะ” ที่นักการเมืองระดับนี้พึงมีครับ จะเป็นการอ่านกฎหมายไม่สุดทางหรือไม่ การมีชื่อในบัญชีควบคุม ไม่ได้หมายความว่ามีอำนาจเบ็ดเสร็จในการตั้งราคา เพราะมีกฎหมายเฉพาะของกระทรวงพลังงานค้ำคออยู่ การทำแบบนี้คือการ ‘โชว์เอกสาร’ เพื่อสร้างวาทกรรมตีกินทางการเมือง แต่ตกม้าตายเรื่องแนวทางปฏิบัติจริงของรัฐ”

อย่างไรก็ตาม “การดิสเครดิต รมว.ศุภจี เรื่องนี้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อบอกว่า “ศุภจีโกหก” หรือ “ศุภจีไม่รู้กฎหมาย” ทั้งที่ในความเป็นจริง รมว.ศุภจี พูดถูกตามหลักบริหารราชการแผ่นดินว่าโครงสร้างราคาเป็นเรื่องของพลังงาน การเอาบัญชีสินค้าควบคุมมาแบหราแบบนี้ จึงเป็นการ “จงใจบิดเบือนเจตนารมณ์ของกฎหมาย” เพื่อกดขี่ทางการเมืองมากกว่าการให้ความรู้ประชาชน”

ขอบคุณข้อมูล : เอ็ดดี้ อัษฎางค์