นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงกลางดึกรวดเดียวลิตรละ 6 บาท ว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ที่อยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ จะใช้ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าที่จำเป็น และบริการต่างๆ โดยในส่วนน้ำมันเชื้อเพลิง มีกฎหมายของกระทรวงพลังงานกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ เพื่อคิดกลไกและตั้งราคา รวมถึงประกาศราคาขายปลีก ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ตั้งราคาและประกาศราคาน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ และไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์
แต่เมื่อมีการกำหนดราคาและประกาศราคาขายออกมาแล้ว กระทรวงพาณิชย์ จึงจะใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ไปกำกับดูแลให้มีการขายน้ำมันตามราคาที่กำหนด โดยกำกับดูแลให้ปั๊มน้ำมันปิดป้ายแสดงราคา ตรวจสอบความถูกต้องเที่ยงตรงของหัวจ่ายน้ำมันตามปั๊มต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการปรับขึ้นราคาน้ำมันครั้งนี้ มีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หลายประการ รัฐบาลก็เตรียมรับมืออย่างเต็มที่ ส่วนราคาน้ำมันจะปรับอย่างไรอีก กระทรวงพลังงาน และศูนย์บริการและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) ได้หารือกัน เพื่อศึกษาผลกระทบในภาพรวมและมีมาตรการรองรับอย่างครอบคลุม
สำหรับการกำกับดูแลราคาสินค้าในส่วนความรับผิดชอบของกระทรวงพาณิชย์นั้น ในส่วนสินค้าควบคุม กระทรวงพาณิชย์จะดูแลสถานการณ์ให้ดีที่สุด กระทบต่อผู้ประกอบการ ประชาชน เกษตรกร รวมถึงทุกภาคส่วนให้น้อยที่สุด โดยใช้วิธีบริหาร เจรจากับผู้ประกอบการ และดูสต๊อกสินค้า ถ้ามีวัตถุดิบใหม่ ที่ต้นทุนปรับสูงขึ้น หรือ สต๊อกสินค้าใหม่ที่ผลิตจากวัตถุดิบใหม่ กระทรวงพาณิชย์ จะมีกลไกในการพิจารณาปรับราคาขายให้เหมาะสมกับต้นทุน
“แต่ในสถานการณ์ราคาน้ำมันที่เปลี่ยนแปลงไป กระทรวงพาณิชย์ จะพิจารณาตามต้นทุนความเป็นจริง และใช้ทั้งการเจรจากับผู้ประกอบการ รวมถึงกำหนดมาตรการกำกับดูแล และกลไกการตลาดทุกตัว ถ้ามีส่วนเปราะบางที่เราต้องดูแลเป็นพิเศษ ก็จะมีมาตรการดูแล ทั้งผู้ประกอบการ ประชาชน และภาคเกษตร นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังมีมาตรการดูแลภาคเอกชนและภาคการผลิตด้วยเช่นกัน”



