กลายเป็นประเด็นร้อนที่สะเทือนวงการค้าปลีก และสังคมการ์ดเกมในญี่ปุ่น เมื่อ 7-Eleven Japan ประกาศใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด สั่งเริ่มกระบวนการ “ยกเลิกสัญญาแฟรนไชส์ก่อนกำหนด” กับร้านสาขาที่มีปัญหา หลังตรวจพบพนักงานแอบยักย้าย และขโมยสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นยอดฮิตอย่าง “การ์ดโปเกมอน” (Pokémon Cards) และ “การ์ดวันพีซ” (One Piece Cards) ไปกักตุนเพื่อขายต่อ (Resell) ในราคาสูงเกินจริง

หนังสือพิมพ์ชื่อดังของญี่ปุ่น “ไมนิจิ ชิมบุน” รายงานว่า ทางบริษัทแม่ของเซเว่นอีเลฟเว่นได้ส่งจดหมายเตือนภัยระดับเข้มงวดไปยังร้านแฟรนไชส์ทั่วประเทศ เพื่อปราบปรามพฤติกรรมมิชอบของพนักงานบางกลุ่ม ที่ฉวยโอกาสใช้ช่องว่างในการทำงานสร้างผลประโยชน์ส่วนตัว

สินค้าประเภทการ์ดเกม โดยเฉพาะการ์ด “โปเกมอน” และ “วันพีซ” ถือเป็นหนึ่งในสินค้าลงทุนทางเลือกที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงทั่วโลก แม้ราคาขายปลีกตามปกติต่อแพ็ก (5-10 ใบ) จะอยู่ที่ราวๆ 1,000 วอน (ประมาณ 25-30 บาท) เท่านั้น แต่หากโชคดีเปิดได้การ์ดระดับหายาก (Rare) มูลค่าในตลาดซื้อขายมือสองอาจพุ่งสูงขึ้นไปตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลายล้านบาท ทำให้สินค้าขายหมดเกลี้ยงทันทีที่วางจำหน่าย

ทว่าในช่วงที่ผ่านมา กลับมีลูกค้าร้องเรียน และพบเบาะแสในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมากว่า สินค้ามักจะหมดลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มวางขายตามเวลาจริง เนื่องจากพนักงานร้านบางรายทำการทุจริต

  1. ขายสินค้าก่อนวันและเวลาที่กำหนดในสื่อส่งเสริมการขาย
  2. แอบกักตุนและยักยอกสินค้าไว้ขายต่อในแพลตฟอร์มมือสองออนไลน์ เพื่อฟันกำไร
  3. ปล่อยขายสินค้าในราคาพิเศษให้แก่กลุ่มลูกค้าเฉพาะ หรือพรรคพวกของตนเอง

การประกาศบทลงโทษขั้นรุนแรงของ 7-Eleven ญี่ปุ่น เกิดขึ้นหลังจากทางบริษัทแม่ตระหนักว่า พฤติกรรมของพนักงานไม่กี่คนกำลังส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อภาพลักษณ์ และทำลายความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์อย่างมหาศาล อีกทั้งยังเป็นการเอาเปรียบแฟนคลับ และนักสะสมที่ตั้งใจรอซื้อสินค้าอย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ การดำเนินการขั้นเด็ดขาด ยังเป็นการตอบสนองต่อข้อร้องเรียนจากกลุ่มผู้ถือลิขสิทธิ์ และผู้สร้างสรรค์ตัวการ์ตูน ที่ต้องการปกป้องความน่าเชื่อถือของสินค้าตนเอง

นอกจากมาตรการยกเลิกสัญญาแฟรนไชส์แล้ว ทาง 7-Eleven ยังได้กำหนดระเบียบปฏิบัติใหม่สำหรับพนักงาน พร้อมสั่งติดประกาศแนวทางข้อห้ามอย่างชัดเจนบริเวณพื้นที่หลังร้าน (Back Office) รวมถึงประสานงานกับเครือข่ายค้าปลีกในการจำกัดปริมาณการซื้อต่อคน เพื่อกระจายสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมที่สุด

ที่มาและภาพ : insight korea, chatgpt