สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ว่าประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ กล่าวในช่วงหนึ่งของการแถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรส ว่าเขา “ไม่ใช่ประธานาธิบดีของครอบครัว และไม่ใช่ประธานาธิบดีของเพื่อน” พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามการทุจริต ซึ่งอาจนำไปสู่การดำเนินคดีหลายข้อหากับนายมาร์ติน โรมูอัลเดซ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของมาร์กอส
"Hindi ako Pangulo ng aking pamilya
— Bongbong Marcos (@bongbongmarcos) July 27, 2026
Hindi ako Pangulo ng aking kaibigan
Ako ay Pangulo ng Pilipinas at ang tungkulin ko ay sa inyo — ang aking mga kapwa Pilipino."#SONA2026 pic.twitter.com/3z9HilMMso
ผู้นำฟิลิปปินส์กล่าวว่า แม้เรื่องนี้จะสร้างความเจ็บปวด แต่รัฐบาลจำเป็นต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง โดยเมื่อปีที่แล้ว มาร์กอสเปิดเผยข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลในโครงการป้องกันน้ำท่วมหลายโครงการ ซึ่งมีมูลค่ารวมหลายพันล้านเปโซ ซึ่งรวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการจ่ายเงินตอบแทนใต้โต๊ะ ให้เจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองหลายคน หนึ่งในนั้นคือโรมูอัลเดซ ซึ่งต่อมาต้องพ้นจากตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร

นอกจากนี้ มาร์กอสกำลังเผชิญกับแรงเสียดทานอย่างหนักทางการเมือง หลังการเป็นพันธมิตรกับรองประธานาธิบดีซารา ดูเตร์เต มีอันต้องสิ้นสุด ขณะที่ดูเตร์เตกำลังเผชิญกระบวนการถอดถอนจากตำแหน่ง และรัฐบาลยังต้องรับมือกับกระแสความไม่พอใจของประชาชนที่เพิ่มขึ้นเพราะเรื่องนี้
Gaya ng aking ipinangako sa inyo, nagsagawa tayo ng malawakan at mala-limang imbestigasyon, na walang pagkikiling kahit kanino man. Masusi nating sinuri, at sinundan kung saan tayo itinuro ng ebidensya. At dumating na tayo sa punto na ayon sa Ombudsman ay malapit na ang paghain… pic.twitter.com/bENbokZHf0
— Bongbong Marcos (@bongbongmarcos) July 27, 2026
ด้านผลสำรวจโดยสถาบัน “พัลส์ เอเชีย” สะท้อนว่า ความเชื่อมั่นของชาวฟิลิปปินส์ที่มีต่อรัฐบาลลดลง โดยคะแนนความเชื่อมั่นในตัวมาร์กอสอยู่ที่ 28% ขณะที่ 51% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ระบุว่า ไม่ไว้วางใจรัฐบาล
อนึ่ง วาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเพียงสมัยเดียวของมาร์กอสจะสิ้นสุดลงในปี 2571 แต่แผนการสืบทอดอำนาจทางการเมืองยังไม่มีความชัดเจน ส่วนผลสำรวจเบื้องต้นชี้ว่า แม้ดูเตร์เตจะอยู่ในกระบวนการไต่สวนถอดถอน แต่ยังคงเป็นตัวเต็งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไป.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



