เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 69 ที่ประชุมวุฒิสภา มีการพิจารณาร่างนโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2568-2570 ที่เสนอโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดย สว. ต่างสนับสนุนร่างนโยบายดังกล่าว อาทิ พล.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ สว. อภิปรายว่า ปัญหาความรุนแรงพื้นที่ภาคใต้ที่ปัจจุบัน ยังจับตัวการไม่ได้ เพราะผู้ปฏิบัติไม่ปฏิบัติตามนโยบาย ทั้งที่ทุ่มงบประมาณจำนวนมาก ล่าสุดเหตุระเบิด จ.ยะลา เมื่อวันที่ 20 เม.ย. พบการสื่อสารผิดพลาด ทำให้เกิดการต่อต้านขับไล่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ขณะที่เมื่อวันที่ 18 เม.ย. พบธงชาติหายจากเสาในพื้นที่ชายแดน จ.จันทบุรี สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงเวลาต้องสร้างความมั่นคงแข็งแรง กั้นกำแพงกั้นเพื่อนบ้านนิสัยไม่ดี ทำให้ประชาชนเดือดร้อน แต่เจ้าหน้าที่รัฐดูแลได้ไม่ทั่วถึง ประชาชน 100 เปอร์เซ็นต์ อยากให้สร้างกำแพงรอบประเทศ เพื่อประหยัดทั้งงบลาดตระเวน งบซื้ออาวุธ รักษาชีวิตประชาชน ทหาร ขอให้ สมช. พิจารณา นโยบายรัฐบาลที่แก้ปัญหาชายแดนภาคใต้เบาหวิว คนไทยแท้ๆ ในพื้นที่มีสถานะเป็นพลเมืองชั้นสอง เจ้าหน้าที่รัฐต้องตระหนักถึงปัญหา ที่ผ่านมามีแต่นามธรรม สิ่งที่พูดไปฟังมีความหวัง แต่เบาหวิว
น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สว. อภิปรายว่า ขอให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบ การจัดตั้งขบวนการปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (บีอาร์เอ็น) ที่จัดตั้งองค์กรเพื่อหารายได้ รับเงินสนับสนุนต่างชาติ เข้ามาก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ขอให้ตรวจสอบด้วยว่า เหตุรุนแรงในพื้นที่มีคนได้ประโยชน์จากสินค้าหนีภาษี เช่น น้ำมัน มีคนกล่าวว่า “โจรเลี้ยงทหาร” ทำให้มีการทวีความรุนแรงในพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงใกล้พิจารณางบประมาณ เหิมเกริมสั่งย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ทั้งที่พูดความจริง แต่คนรับไม่ได้ โรงเรียนเอกชนที่ทำอย่างถูกต้อง ควรส่งเสริมให้มีการเรียนการสอน มีงบประมาณ รองรับสร้างอาชีพ มีงานทำหลังเรียนจบ ลดการเข้าร่วมกลุ่มบีอาร์เอ็น วันนี้มีคลิปประกาศไม่รับการปกครองภายใต้รัฐไทย ฝ่ายมั่นคงต้องรีบแก้ไข หากไม่มี อาจมีประกาศรับสมัครอาสาสมัครปราบกบฏใต้ หากเป็นแบบนนั้น เชื่อว่าบ้านเมืองลุกเป็นไฟ ฝ่ายความมั่นคงต้องไม่ให้เกิดขึ้น ควรบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น อย่าให้ประชาชนลงมือทำเอง
นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สว. อภิปรายว่า เชื่อหรือไม่ว่าโรงเรียนปอเนาะ-ตาดีกา เป็นสถานศึกษาเอกชน 1 ใน 7 ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ แต่กลุ่มประเภทอื่นไม่ได้รับการสนับสนุน ควรกลับมาดูศักยภาพว่า สิ่งที่ให้สนับสนุนนั้น ตรงจุดหรือไม่ อบรมสั่งสอนอย่างไรบ้าง ได้ข้อมูลมาว่า ในบางครั้งได้ผู้นำศาสนาที่สอนศาสนาในนั้น จบการศึกษาจากประเทศหัวรุนแรง มีก่อการร้ายมาก แต่วิธีการสอนคนละรูปแบบประเทศกลุ่มผู้นำศาสนาที่จบจากประเทศชั้นนำ กลับกลายเป็นศาสนาเดียวกัน แต่สอนคนละรูปแบบ ฝากให้พิจารณา
นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. ชี้แจงว่า กระบวนการพูดคุยสันติสุข เป็นวาระแห่งชาติ ที่ผ่านมาเปิดกว้างพูดคุยทุกกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีอุดมการณ์ต่างกัน ทำให้มีข้อจำกัด จึงโน้มน้าวสันติวิธีหาข้อสรุปร่วมกัน และเปิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ส่วนประเด็นการศึกษายอมรับว่ามีข้อจำกัด มีศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาชายแดนเป็นองค์กรเฉพาะ แต่มีผู้บริหารจัดการเป็นผู้อำนวยการศูนย์เท่านั้น จึงมีข้อจำกัด ทำให้ฝ่ายมั่นคงและตาดีกาต้องไปพิจารณา เพราะการศึกษาเป็นสิ่งนำ เพื่อสร้างความไว้วางใจพื้นฐานคนในพื้นที่



