สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน เมื่อวันที่ 12 ส.ค.โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวด้านความมั่นคงของสหรัฐ เกี่ยวกับสถานการณ์ในอัฟกานิสถาน ว่าหากการรุกคืบของกลุ่มตาลีบันยังอยู่ในระดับรวดเร็วเช่นนี้ต่อไป กรุงคาบูลจะตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของกลุ่มตาลีบัน "ภายใน 30 วัน" และจะสามารถยึดครองเมืองหลวงของอัฟกานิสถานได้อย่างเบ็ดเสร็จ "ภายใน 90 วัน"
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวยืนยันว่า เรื่องนี้ยังเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น กองกำลังด้านความมั่นคงของอัฟกานิสถานสามารถปรับเปลี่ยนโมเมนตัมดังกล่าวได้ "ด้วยการลุกขึ้นสู้อย่างจริงจัง" แต่ตอนนี้กลุ่มตาลีบันยึดเมืองเอกอย่างน้อย 11 จังหวัด จากทั้งหมด 34 จังหวัด และขยายอิทธิพลครอบคลุมพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 65% ในอัฟกานิสถาน โดยการเคลื่อนพลของกลุ่มตาลีบันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่กองทัพสหรัฐเริ่มการถอนทหารชุดท้าย เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา และจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้
กลุ่มควันพวยพุ่งจากบริเวณสำนักงานตำรวจ ที่เมืองลัชคาร์ กาห์ ในจังหวัดเฮลมันด์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอัฟกานิสถาน
ขณะที่นายเน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ประณามกลุ่มตาลีบันละเมิดข้อตกลงโดฮา ที่ลงนามร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว ในสมัยรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยไพรซ์กล่าวว่า กลุ่มตาลีบันไม่ได้อยู่บนเส้นทางของสันติภาพตามข้อตกลง แต่ในทางกลับกันเลือกที่จะต่อสู้ด้วยอาวุธเพื่อเอาชนะ
ด้านกลุ่มตาลีบันออกแถลงการณ์ตอบโต้ ยืนยันยึดมั่นตามข้อตกลงโดฮา และประณามรัฐบาลคาบูลของประธานาธิบดีอัชราฟ กานี เป็นฝ่ายกระตุ้นความรุนแรง และ "ไม่มีความจริงจัง" กับการเจรจา ในเวลาเดียวกัน ผู้นำอัฟกานิสถานลงพื้นที่เมืองมาซาร์-อี-ชารีฟ เมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศ และตั้งอยู่ทางเหนือ เพื่อขอความสนับสนุนจากกองกำลังประชาชนท้องถิ่น สืบเนื่องจากการที่กลุ่มตาลีบันยึดเมืองไฟซาบาด เมืองเอกของจังหวัดบาดัคห์ชาน เป็นจุดเชื่อมต่อกับทาจิกิสถาน ปากีสถาน และจีน และเมืองคุนดุซ ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัดคุนดุซ และเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอัฟกานิสถาน.

เครดิตภาพ : AP