สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( ไอเอ็มเอฟ ) ออกรายงานเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ไอเอ็มเอฟจับตาสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรอย่างใกล้ชิด หลังมีการประกาศมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนในประเทศจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย และวิกฤติพลังงานซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อค่าครองชีพ


ขณะเดียวกัน ไอเอ็มเอฟกล่าวในรายงานด้วยว่า “ไม่แนะนำ” การที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรใช้มาตรการที่เป็นวงเงินมหาศาล “แต่กลับยังไม่มีเป้าหมายชัดเจน” ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์เงินเฟ้อภายในสหราชอาณาจักรยังคงตึงตัว และยังไม่มีสัญญาณว่าจะดีขึ้นด้วย การดำเนินการเช่นนี้มีแต่จะยิ่งขยายช่องว่างของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมและประเทศ และบั่นทอนเสถียรภาพของนโยบายการเงินในภาพรวมด้วย


ทั้งนี้ นายควาซี ควาร์เต็ง รมว.คลังของสหราชอาณาจักร ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เตรียมใช้มาตรการปรับลดภาษีครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ปี 2515 เป็นวงเงินประมาณ 45,000 ล้านปอนด์ ( ราว 1.82 ล้านล้านบาท ) ครอบคลุมระหว่างปี 2569-2570 ซึ่งแยกต่างหากจากมาตรการเยียวยาครัวเรือนในประเทศจากวิกฤติพลังงาน ซึ่งจะมีวงเงินสูงถึง 100,000 ล้านปอนด์ ( ราว 4.05 ล้านล้านบาท )


ด้านบรรดานักวิเคราะห์ต่างออกมาแสดงความวิตกกังวลต่อสถานะทางการคลังของสหราชอาณาจักร และเตือนว่า ภาครัฐจะเผชิญกับความเสี่ยง ในการแก้ไขการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งจะยิ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และเงินปอนด์อาจอ่อนค่าลงอีกจนแตะ 1 ต่อ 1 เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา.

เครดิตภาพ : REUTERS