เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลางดึกคืนที่ผ่านมา พ.ต.ท.นภสินธ์ ปิยะรัฐ สว.(สอบสวน) สน.ชนะสงคราม รับแจ้งเหตุรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลเสียหลักพุ่งชนร้านสะดวกซื้อและร้านค้าข้างทาง มีผู้บาดเจ็บหลายรายทั้งชาวไทยและต่างชาติ เหตุเกิดบริเวณวงเวียน 13 ห้าง ถนนสิบสามห้าง แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม. รุดไปตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ในที่เกิดเหตุอยู่บริเวณย่านบางลำพู พบรถยนต์ไฟฟ้า สีขาว ทะเบียน 6 ขฆ 7781 กรุงเทพมหานคร เสียหลักพุ่งชนเข้าไปคาประตูกระจกทางเข้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาวงเวียน 13 ห้าง โดยมี น.ส.ณัชชา (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี คนขับบาดเจ็บ หน้ารถพังยับ ภายในร้านเซเว่นฯ พบ น.ส.สำอาง อายุ 45 ปี น.ส.วาสนา อายุ 65 ปี บาดเจ็บ ชั้นวางของและสินค้าพังกระจายเกลื่อน เจ้าหน้าที่เร่งพาทั้ง 3 ราย นำส่ง รพ.ธนบุรีบำรุงเมือง

ส่วนบริเวณหน้าร้านเซเว่นฯ และใกล้เคียง ร้านก๋วยเตี๋ยว โต๊ะ เก้าอี้ ข้าวของ พังกระจาย และรถสามล้อพังยับ มีผู้บาดเจ็บอีก 5 คน นายณรงค์ศักดิ์ อายุ 27 ปี นายอธิพันธ์ อายุ 28 ปี น.ส.ชนากานต์ อายุ 29 ปี และนักท่องเที่ยวหญิงชาวเยอรมัน 2 คน คือ น.ส.ลีอา มารี่ อายุ 30 ปี และ น.ส.ไครา มะลีน อายุ 37 ปี โดยทั้ง 5 ราย เจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.สมิติเวชไชน่าทาวน์ ทั้งหมดอาการปลอดภัย
ด้าน นายเฉลิมชัย อายุ 47 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ใกล้ร้านเซเว่นฯ สามี น.ส.สำอาง ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยด้วยความระทึกว่า ขณะที่กำลังขายของ สังเกตเห็นรถคันดังกล่าวขับเร่งเครื่องวนรอบวงเวียนผิดปกติถึง 2 รอบ ทำให้แม่และแฟนสาวของตนเกิดความกลัวว่าจะเกิดอันตราย พยายามพากันวิ่งหลบเข้าไปในร้านสะดวกซื้อเพื่อความปลอดภัย แต่ไม่คาดคิดว่ารถจะพุ่งตามเข้าไปชนถึงในร้านทำให้ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่ คนขับรถสามล้อรับจ้าง ที่ถูกชนพังเสียหาย เปิดเผยว่า ในจังหวะที่รถเก๋งพุ่งเข้ามานั้น รถสามล้อของตนได้ช่วยชะลอแรงกระแทกไว้ได้ในระดับหนึ่ง หากไม่มีรถของตนจอดขวางอยู่ เชื่อว่ารถเก๋งน่าจะพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วที่สูงกว่านี้ และอาจส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บรุนแรงมากกว่าที่เกิดขึ้น
จากการตรวจหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ เผยให้เห็นพฤติการณ์สุดระทึกก่อนเกิดอุบัติเหตุ โดยรถยนต์ไฟฟ้าสีขาวคันดังกล่าวได้ขับมาจอดบริเวณวงเวียน ถนนบวรนิเวศน์ เขตพระนคร แต่แล้วจู่ๆ รถคันดังกล่าวกลับเร่งเครื่องยนต์ด้วยความเร็วสูง ขับวนรอบวงเวียน 13 ห้าง ถึง 2 รอบ ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้น ก่อนที่รถจะเสียหลักพุ่งตรงเข้าชนรถสามล้อเครื่องที่จอดอยู่ริมทาง และกวาดเอาร้านก๋วยเตี๋ยวริมทางเท้าจนพังยับเยิน ก่อนจะพุ่งทะลุกระจกเข้าไปหยุดสนิทอยู่ภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับผู้ที่กำลังจับจ่ายใช้สอยและรับประทานอาหารอยู่เป็นอย่างมาก

พ.ต.ท.นภสินธ์ ปิยะรัฐ เจ้าของคดีกล่าวว่า คนขับรถคันดังกล่าวเป็นหญิงวัย 57 ปี รับบาดเจ็บเช่นกัน เบื้องต้นให้การว่า “ไม่สามารถควบคุมรถได้ในขณะเกิดเหตุ” อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด และยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้ว่าเกิดจากความผิดปกติของระบบตัวรถ หรือเป็นความประมาทของผู้ขับขี่ หลังจากนี้จะมีการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งหลังจากผู้ต้องหาหลังอาการดีขึ้น พร้อมทั้งประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบสภาพรถ
ทั้งนี้ มีรายงานว่าในส่วนของการชดเชยความเสียหาย ล่าสุดบริษัทประกันภัยของรถยนต์คันดังกล่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว พร้อมยืนยันที่จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งในส่วนของร้านสะดวกซื้อ ร้านก๋วยเตี๋ยว และรถสามล้อ เบื้องต้น ผู้บาดเจ็บทุกคนจะได้รับสิทธิค่ารักษาพยาบาลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ รายละ 80,000 บาท และยังมีส่วนของประกันภัยภาคสมัครใจที่จะเข้ามาสมทบในการเยียวยาต่อไป.



