เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ผศ.ดร.ลินดา เกณฑ์มา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ในฐานะแม่ข่ายสหวิทยาการเพื่อการวิจัยและพัฒนาในภาคกลาง ได้ร่วมกับสำนักงานราชบัณฑิตสภา จัดอบรมโครงการส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายหลักสูตรสหวิทยาการเพื่อขับเคลื่อนการวิจัยและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ 2565 กิจกรรมที่ 2 การอบรมเชิงปฏิบัติการ “โครงการติดอาวุธให้นักวิจัยรุ่นใหม่ สำหรับการวิจัยทางด้านสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้เครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นักวิจัยในภาคกลาง” ซึ่งได้รับความสนใจจากคณาจารย์ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา นักวิจัย และผู้สนใจจากสถาบันระดับอุดมศึกษาและหน่วยงานทั้งเครือข่ายในภาคกลางและทั่วประเทศเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก  

ผศ.ดร.ลินดา กล่าวต่อไปว่า การจัดโครงการดังกล่าวเพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการวิจัยทางด้านสหวิทยาการ ควบคู่กับสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของอาจารย์ นิสิต/นักศึกษาหลักสูตรสหวิทยาการในกลุ่มมหาวิทยาลัยในภาคกลาง ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพและความสามารถในการวิจัยและพัฒนาให้แก่คณาจารย์ และนิสิต/นักศึกษาของมหาวิทยาลัยตลอดจนบุคคลภายนอกที่มีความสนใจ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประเทศทางด้านการส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการวิจัย นวัตกรรมและเทคโนโลยี สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายของสถานการณ์โลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการต่อยอดองค์ความรู้และการวิจัยและพัฒนา(Research and development) เพื่อช่วยแก้ปัญหาความยากจน ความไม่เท่าเทียม สภาวะโลกร้อน แม้แต่สถานการณ์หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดที่โลกกําลังเผชิญอยู่ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมแนวคิด “ไม่เป็นการทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ตามหลักการพัฒนาขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยมีความมุ่งมั่นในการดําเนินการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDG ทั้งสิ้น 17 เป้าหมายด้วย


“จากการอบรมในครั้งนี้ผู้เข้าร่วมเห็นว่าสามารถส่งเสริมการสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของอาจารย์ นิสิต/นักศึกษาหลักสูตรสหวิทยาการในกลุ่มมหาวิทยาลัยในภาคกลาง และพัฒนาความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนทักษะการวิจัยทางด้านสหวิทยาการ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการทำวิจัยที่สอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่สำคัญทางมหาวิทยาลัยยังมีแผนงานที่จะขยายความร่วมมือการวิจัยทางด้านสหวิทยาการเพื่อพัฒนาสังคมผู้สูงวัยกับ Royal Thimphu College ประเทศภูฏานในเร็ว ๆ นี้ด้วย เพราะภูฏานเป็นประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือ ขณะเดียวกันเรามีจุดแข็งจากการบริการท้องถิ่น เราก็จะถอดความรู้จากงานที่ลงชุมชนท้องถิ่น เข้าไปช่วยพัฒนาการเรียนการสอนและวิจัยให้แกภูฏาน โดยเริ่มจากงานวิจัยกับกลุ่มที่ตอบโจทย์ประเทศและสังคมโลกก่อน คือกลุ่มผู้สูงวัยก่อน ” ผศ.ดร.ลินดา กล่าว.