น.ส.นพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส มีความห่วงใยต่อสถานการณ์พายุโนรู โดยส่งผลให้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งอาจมีผลกระทบกับระบบสื่อสารโทรคมนาคม จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ตามแผนสนับสนุนปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน (สปฉ.2 ส่วนงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) โดยสั่งการให้กรมอุตุฯ เปิดศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “โนรู (NORU)” เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 65 เพื่อติดตามสถาการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
อีกทั้ง ได้มีการประกาศแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนได้รับทราบข่าวพยากรณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมออกมาเป็นระยะ ในทุกช่องทางตลอด 24 ชั่วโมง ได้แก่ สายด่วน 1182 เว็บไซต์ www.tmd.go.th แอพพลิเคชั่น thai weather เพจเฟซบุ๊ก ช่องยูทูบ ทวิตเตอร์ และสถานีวิทยุกระจายเสียง ของกรมอุตุนิยมวิทยา
นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ หรือเตรียมความพร้อมระบบโทรคมนาคม รองรับสถานการณ์ รวมถึงให้จัดเตรียมอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม สนับสนุนการปฏิบัติงานของ หน่วยงานราชการต่างๆ อาทิ กระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้มีการบัญชาการเหตุการณ์ผ่านระบบสื่อสารได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และได้สั่งการให้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย (ปณท.) รายงานการเฝ้าระวังและติดตามในพื้นที่ โดยให้บุรุษไปรษณีย์ แจ้งผลกระทบในพื้นที่ให้ส่วนกลางรับทราบ และกระทรวงฯ ยังได้ประสานไปยังสำนักงาน กสทช. เพื่อแจ้งเตือนสั่งการให้โอปเรเตอร์ทุกราย ดูแลโครงข่าย คุณภาพสัญญาณการให้บริการ และเตรียมความพร้อมด้านการสื่อสารรับมือพายุโนรู รวมถึงให้เครือข่ายนักวิทยุสมัครเล่น ติดตามข่าวสารและเตรียมอุปกรณ์สื่อสารเพื่อพร้อมเป็นโครงข่ายสื่อสารสำรองด้วย
“เราได้ขอความร่วมมือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เตรียมความพร้อม และรายงานผลกระทบเกี่ยวกับเสาไฟฟ้าล้ม หรือหักโค่น ซึ่งมีระบบสื่อสารพาดผ่าน จะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการโดยด่วน โดยกระทรวงจะมีการติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ และเตรียมความพร้อมระบบการสื่อสารโทรคมนาคมรองรับกรณีพายุโนรู จนเสร็จสิ้นสถานการณ์” น.ส.นพวรรณ กล่าว.



