กฎหมายใหม่ของสภาเมืองเพิร์ทแห่งออสเตรเลีย อาจทำให้ผู้อยู่อาศัยในย่านวิคตอเรีย พาร์ค ซึ่งเป็นย่านชานเมืองของเพิร์ท ต้องโดนปรับเป็นเงิน 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 122,546 บาท) ถ้าหากมีใครปล่อยให้ถังขยะอินทรีย์ส่งกลิ่นเหม็นออกมา

คาเรน เวอร์นอน นายกเทศมนตรีเขตวิคตอเรีย พาร์ค ชี้ว่า กฎหมายใหม่จะทำให้ประชาชนใส่ใจในเรื่องการแยกขยะอย่างถูกต้องมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้เหมาะสม 

อย่างไรก็ตาม เธอปฏิเสธข่าวลือว่าทางสภาเมืองจะจ้าง ‘นักพิสูจน์กลิ่นขยะ’ เพื่อคอยตรวจจับว่า มีประชาชนบ้านไหนที่ละเมิดกฎหมายหรือไม่ โดยเธอย้ำว่า ประเด็นสำคัญก็คือถังขยะใบที่ 3 ตามระเบียบการแยกขยะของออสเตรเลีย จะต้องมีแต่ขยะที่เป็นวัสดุอินทรีย์หรือออร์แกนิกเท่านั้น เพื่อจะได้นำไปผ่านกระบวนการย่อยสลายได้

ถ้าหากมีใครทิ้งขยะผิดถัง โดยทิ้งสิ่งอื่นที่ไม่ใช่วัสดุออร์แกนิกหรือวัสดุอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ลงไปในถังใบที่ 3 ก็จะต้องโดนลงโทษตามกฎหมาย แต่จะไม่มีการจ้างนักพิสูจน์กลิ่นขยะเพื่อตระเวณตรวจไปตามถนนอย่างที่เล่าลือกัน

ขณะเดียวกัน ประชาชนในท้องที่ที่ทราบข่าวต่างแสดงความไม่พอใจผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างดุเดือด โดยประณามว่าข้อกำหนดดังกล่าวเป็นเรื่องเหลวไหลอย่างยิ่ง 

ชาวเน็ตรายแรกกล่าวว่า “สั่งปรับชาวบ้านเพราะปล่อยให้ถังขยะเหม็นเหรอ บริการเก็บขยะของเมืองควรมาล้างฆ่าเชื้อถังตอนมาเก็บขยะดีกว่ามั้ย เราจ่ายเงินค่าเก็บขยะแพงเวอร์ขนาดนี้ ก็ควรทำงานให้คุ้มหน่อย” 

ชาวเน็ตรายที่ 2 กล่าวว่า “มันคือถังขยะ ซึ่งคงไม่หอมเหมือนดอกกุหลาบไปได้หรอก” ส่วนอีกรายหนึ่งแสดงความเห็นว่า “ถังขยะที่ไหนจะมาหอมสะอาดได้ ถ้าตั้งไว้นอกบ้านสักอาทิตย์หนึ่งไปแล้ว บางทีทางการน่าจะแจกตัวดับกลิ่นหรือน้ำหอมให้ถังขยะของเรานะ”

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีประชาชนบางส่วนที่เห็นด้วยกับกฎหมายใหม่ โดยระบุว่า ประชาชนก็สมควรที่จะดูแลให้ถังขยะประจำบ้านของตัวเองสะอาดอยู่เสมออยู่แล้ว 

กฎหมายใหม่นี้ ออกตามมาหลังจากที่สภาเมืองอนุมัติให้ต้องใช้ถังขยะใบที่ 3 ซึ่งเป็นถังขยะบรรจุเศษขยะจากการทำสวน เช่น เศษหญ้า ใบไม้ วัชพืชและกิ่งไม้ โดยทางสภาเมืองต้องการให้เป็นที่ทิ้งขยะจำพวกเศษอาหารด้วย

แหล่งข่าว : dailymail.co.uk

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES