สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แถลงที่ทำเนียบเครมลิน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประกาศให้พื้นที่พิพาท 4 แห่ง ซึ่งเป็นภูมิภาคทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน ได้แก่ โดเนตสก์ ลูฮันสก์ ซาโปริชเชีย และเคียร์ซอน “เป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียอย่างเป็นทางการ” โดยผู้นำทั้ง 4 คน ของพื้นที่ทั้งสี่แห่ง เดินทางมาร่วมพิธีด้วยตัวเอง

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ลงนามในสนธิสัญญาผนวกรวม โดเนตสก์ ลูฮันสก์ ซาโปริชเชีย และเคียร์ซอน เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของรัสเซีย ในพิธีซึ่งจัดขึ้นที่ทำเนียบเครมลิน


การผนวกรวมดินแดนดังกล่าวนับเป็นครั้งแรก ต่อจากการควบรวมคาบสมุทรไครเมีย เมื่อปี 2557 และการควบรวมพื้นที่ทั้ง 4 แห่งในทางทฤษฎี เท่ากับว่ายูเครนสูญเสียอาณาเขตเพิ่มอีก 15%

ผู้นำของภูมิภาคขัดแย้งทั้ง 4 แห่งในยูเครน เดินทางมาร่วมพิธีที่ทำเนียบเครมลิน ในกรุงมอสโก

อย่างไรก็ตาม นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวของรัฐบาลมอสโก “ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศ” ด้านสหรัฐและพันธมิตรตะวันตก ที่รวมถึงแคนาดา และสหราชอาณาจักร ประกาศมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ต่อรัฐบาลมอสโก

ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในเมืองออมสก์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย ถ่ายทอดสดพิธีผนวกรวมดินแดน 4 แห่งในยูเครน


ขณะที่ปูตินกล่าวในช่วงหนึ่งของการประกาศผนวกรวม ภูมิภาคโดเนตสก์ ลูฮันสก์ ซาโปริชเชีย และเคียร์ซอน ว่าการลงประชาชามติของประชาชนในดินแดนทั้ง 4 แห่ง “คือการตัดสินในครั้งประวัติศาสตร์” ในการ “เลือกอยู่กับมาตุภูมิ” โดยนับจากนี้ พื้นที่ทั้งสี่แห่งจะได้รับการคุ้มครองด้านความมั่นคง “ภายใต้กฎหมายของรัสเซีย” และยืนยันการเดินหน้าภารกิจในสมรภูมิ พร้อมทั้งประณามสหรัฐ มีเจตนาทำลายรัสเซีย ที่รวมถึงการอยู่เบื้องหลัง “การก่อวินาศกรรม” ที่ระบบท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 1 และ 2.

เครดิตภาพ : REUTERS