สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( ไอเอ็มเอฟ ) ออกรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( จีดีพี ) ของกายอานา อาจเติบโตถึง 57.8% ในปีนี้ เนื่องจากผลผลิตน้ำมันดิบในประเทศที่มีแนวโน้ม เพิ่มขึ้นสองเท่าจากสถิติปกติในปีนี้ และไอเอ็มเอฟวิเคราะห์อีกว่า หลังจากนี้ เศรษฐกิจของกายอานามีแนวโน้มขยายตัวที่ระดับ 30% ไปจนถึงปี 2569


ขณะที่รายงานโดยรัฐบาลกายอานาคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ไว้ที่ 56% ในปีนี้ ด้วยอานิสงส์จากการผลิตน้ำมันดิบ แม้ไม่นำปัจจัยดังกล่าวมาคำนวณร่วมด้วย อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ จะยังคงสูงอยู่ที่ระดับ 9.6%


จริงอยู่ที่เป็นหนึ่งในประเทศขนาดเล็กสุดในอเมริกาใต้ แต่กายอานาถือเป็น “เศรษฐีน้ำมันป้ายแดง” ปัจจุบันมีการให้สัมปทานกับบริษัท 4 แห่งจาก 4 ประเทศ ได้แก่ เอ็กซอน โมบิลของสหรัฐ ซีจีเอ็กซ์ของแคนาดา เรปซอลของสเปน และเซนจูรี กายอานา รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของกายอานา โดยเอ็กซอนโมบิลทำให้กายอานาเป็นที่สนใจบนเวทีโลกอย่างมาก เมื่อปี 2558 จากการประกาศค้นพบแหล่งน้ำมัน 6 แห่งใกล้กับชายฝั่งของกายอานา ซึ่งอาจมีน้ำมันรวมกันมากถึง 700 ล้านบาร์เรล และอาจสร้างรายได้เข้าประเทศมากถึง 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 11.3 ล้านล้านบาท )


อย่างไรก็ตาม ไอเอ็มเอฟเตือนกายอานาด้วย เกี่ยวกับความผัวผวนของราคาน้ำมันโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งจะกลายเป็นการเพิ่มความยากลำบากให้กับการบริหารจัดการทรัพยากร ทั้งนี้ทั้งนั้น ไอเอ็มเอฟชื่นชมว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กายอานา ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบอดทนและรอบคอบ แต่ควรเพิ่มการส่งเสริมตลาดปริวรรตเงินตรา หรือตลาดเงินตราต่างประเทศด้วย.

เครดิตภาพ : REUTERS