เมื่อวันที่ 5 ต.ค. นายส่งศักดิ์ ทรัพย์สระนิตร์ ปลัดอำเภอพิชัย จ.อุตรดิตถ์ พร้อมด้วย นายทรงวุฒิ ขำประดิษ นายก อบต.ท่ามะเฟือง อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ติดตามผลกระทบจากอุทกภัยและฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายวัน เพื่อรายงานจังหวัดประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ทั้งน้ำป่า และน้ำจากแม่น้ำสาขาต่างๆ ไหลลงแม่น้ำน่านปริมาณมาก หนุนสูง โดยเฉพาะที่หมู่ 1 ต.ท่ามะเฟือง ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นระดับที่เพิ่มเร็วมาก เอ่อล้นตลิ่ง พื้นที่ทางการเกษตรสองฝั่งแม่น้ำน่าน ความสูง 7 เมตร โดยพื้นที่ ต.ท่ามะเฟือง เป็นแหล่งเลี้ยงปลากระชังมากที่สุดของ จ.อุตรดิตถ์ มีเกษตรกรเลี้ยงปลากระชังกว่า 30 ราย กระแสน้ำกระแทกกระชังปลา ส่งผลให้ปลานิล ปลาทับทิม ปลากด และปลาดุก หลุดออกจากกระชัง เจ้าของกระชังทุกรายต้องใช้ลวดสลิงเส้นใหญ่ มัดกระชังผูกติดกับต้นไม้ เพื่อไม่ให้ไหลไปกับกระแสน้ำ บางรายไม่ทัน กระชังก็หลุดไปกับกระแสน้ำ

นายอุดม ช้างสี เจ้าของกระชังปลา ชี้ให้เห็นถึงความสูงของแม่น้ำน่านจนเกือบมิดหลังคาโรงเรือน ด้วยน้ำน่านเพิ่มสูง เอ่อล้นท่วมตลิ่ง จึงทำให้กระชังปลาลอยเคว้งกลางแม่น้ำน่าน ห่างจากฝั่งกว่า 500 เมตร ซึ่งเหลือเพียงกระชังเปล่า ส่วนปลาที่เลี้ยงไว้ 58 กระชัง หลุดไปกับกระแสน้ำ ทั้งๆ ที่อีก 1 เดือนจะจับขายได้แล้ว ลงทุนไป 4 แสนบาท คาดว่าจะขายปลารุ่นนี้ได้ประมาณ 1 ล้านบาท ไม่มีเหลือ รอให้น้ำลดต้องลากกระชังมาซ่อมแซม และต้องเริ่มเลี้ยงปลารุ่นใหม่ รอบนี้ขาดทุนขาดรายได้ เลี้ยงปลามา 15 ปี รอบนี้รุนแรงที่สุด

นายทรงวุฒิ ขำประดิษ นายก อบต.ท่ามะเฟือง กล่าวว่า ต.ท่ามะเฟือง มีเกษตรกรเลี้ยงปลากระชังที่ลงทะเบียนประมาณ 30 ราย ขั้นต่ำรายละ 30 กระชัง ปลาเลี้ยงมา 3 เดือน เหลืออีก 1 เดือนจะจับขายได้ หากเสียหายโดยสิ้นเชิงปลาหลุดกระชัง ความเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อราย ต้องเร่งสำรวจ รายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังมีข้าวที่กำลังตั้งท้อง ในพื้นที่หมู่ 4, หมู่ 9 และหมู่ 10 ต.ท่ามะเฟือง น้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง หากภายใน 3 วันน้ำไม่ลด ข้าวคงเน่าตาย
ด้านนายส่งศักดิ์ ทรัพย์สระนิตร์ ปลัดอำเภอพิชัย กล่าวว่า ทางอำเภอพิชัย ได้ดำเนินการสำรวจความเสียหายจากอุทุกภัย ส่วนใหญ่แล้วอำเภอพิชัยเป็นพื้นที่รับน้ำจากทางตอนเหนือ จะเป็นลักษณะน้ำท่วมขัง พื้นที่ทางการเกษตร น้ำล้นตลิ่ง กระทบต่อกระชังปลา หากจังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ก็จะดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป



