น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) เปิดเผยว่า สอบ. ได้ร่วมกับ 16 องค์กร อาทิ กลุ่มผู้บริโภคค้านการควบรวมทรู ดีแทค กลุ่มพลเมืองเพื่อเสรีภาพการสื่อสาร เครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ ฯลฯ ออกแถลงการณ์ร่วม คัดค้านการควบรวมทรู-ดีแทค แสดงพลังผู้บริโภคประกาศพร้อมย้ายค่ายมือถือและใช้อำนาจไม่ซื้อ เพื่อแสดงให้ผู้ประกอบการเห็นว่า ผู้บริโภคไม่ใช่ของตายที่จะปฏิบัติต่อผู้บริโภคเหมือนสิ่งของ แลกเปลี่ยน หรือต่อรองทางการตลาดไม่ได้ นอกจากนี้ได้คาดโทษคณะกรรมการ กสทช. หากไม่ปฎิบัติหน้าที่ในฐานะ ตัวแทนประชาชน ที่ปกป้องผลประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก เป็นเหตุให้ผู้บริโภคต้องมีภาระจ่ายค่าบริการมือถือ และอินเทอร์เน็ตแพงขึ้น ก็จะดำเนินการต่อ กสทช. ให้ถึงที่สุด
“ที่ผ่านมา แม้มีการออกข่าวชวนเชื่อว่าการควบรวมกิจการระหว่างสองค่ายมือถือจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค แต่ในความเป็นจริงเมื่อเกิดการควบรวมแล้วก็จะนำไปสู่การผูกขาดของสองค่ายใหญ่ คือ บริษัทใหม่ของทรูและดีแทค กับ บริษัท เอไอเอส ที่จะควบคุมการดำเนินการตลาดมือถือแบบเบ็ดเสร็จ จากข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากนักวิชาการได้แสดงว่า ผู้บริโภคต้องมีค่าใช้จ่ายมากกว่าเดิม ระหว่าง 2.03% ถึง 244.5% จากในภาวะตลาดผูกขาด ลดการแข่งขันในธุรกิจ โดยที่สองบริษัทนี้รวมกันจะมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 97% ที่จะทำให้ผู้บริโภคไม่มีทางเลือก หมดอำนาจการต่อรอง”
ทั้งนี้ แม้ปัจจุบันที่ได้มีการตีความอย่างชัดเจนแล้วว่า กสทช. มีอำนาจพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติการควบรวมครั้งนี้ ในวันที่ 12 ต.ค. 65 ก็ยังมีทีท่าว่า กสทช. อาจจะอนุมัติการควบรวมที่นำไปสู่ตลาดผูกขาด ด้วยการออกมาตรการเยียวยา 14 ข้อ ก่อนการพิจารณาอนุมัติ ซึ่งในมาตรการดังกล่าว คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบกรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคมและนักวิชาการชี้แล้วว่า เป็นมาตรการที่หละหลวม ลอยแพผู้บริโภค เมื่อเป็นเช่นนี้ กลุ่มผู้บริโภค ค้านการควบรวมจะดำเนินการต่อ กสทช. ตามกฎหมาย



