เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นายวิทยา ไชยเดชกำจร นายอำเภอยางชุมน้อย เปิดเผยผลการดำเนินงานตามแผนยุทธการ “90 วัน พิฆาตยาเสพติด” ของกระทรวงมหาดไทย ภายหลังเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ
โดยเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 นายวิทยา ไชยเดชกำจร นายอำเภอยางชุมน้อย ร่วมกับ พ.ต.อ.ภูเพชร ลีเลิศ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรยางชุมน้อย สั่งการให้ฝ่ายปกครองอำเภอยางชุมน้อย นำโดยนายนิพนธ์ ถาดทอง ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยางชุมน้อย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายยาเสพติดอย่างเข้มข้น
ผลการปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมตรวจยึดยาบ้ารวม 50 เม็ด ประกอบด้วย
รายแรก นายสมพงษ์ หรือ “โทน” วงษ์มณี อายุ 34 ปี ชาวตำบลรุ่งระวี อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมของกลางยาบ้า 10 เม็ด เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย”

รายที่สอง นายเสก หรือ “เปเล่” นามโคตร อายุ 38 ปี ชาวตำบลโนนคูณ อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ ตรวจพบยาบ้า 6 เม็ด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาในลักษณะเดียวกัน
ส่วนรายที่สาม เป็นเยาวชนชายอายุ 16 ปี หรือ “แจ๊ส” ชาวตำบลคอนกาม อำเภอยางชุมน้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นรุ่นน้องในกลุ่ม ตรวจพบยาเสพติดจำนวนมากที่สุดในบรรดาผู้ต้องหาที่จับกุมได้ครั้งนี้ ก่อนแจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย”
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ยางชุมน้อย เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย
นายวิทยา กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย โดยมุ่งบูรณาการกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานด้านความมั่นคง ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว ปิดล้อมตรวจค้น และสกัดกั้นการแพร่ระบาดของยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน
อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนของกลางจากการจับกุมครั้งนี้จะไม่ใช่คดีรายใหญ่ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือการพบเยาวชนอายุเพียง 16 ปี เข้ามาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งสะท้อนว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่ แต่กำลังขยายเข้าสู่เด็กและเยาวชนในชุมชน
นายอำเภอยางชุมน้อย ระบุว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ทั้งการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง การสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชน การมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน และสถานศึกษา รวมถึงการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพ เพื่อให้สามารถกลับคืนสู่สังคมและลดปัญหายาเสพติดได้อย่างยั่งยืนต่อไป.



