เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนและมีดทำร้ายครูและนักเรียนภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก องค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 30 ราย ว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ขอแสดงความเสียใจกับผู้ประสบเหตุและครอบครัว เป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น

กทม. คงต้องมีการทบทวนเรื่องความปลอดภัย และซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกราดยิงในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ต้องทำ แม้จะทำหลังเกิดเหตุการณ์ก็ตาม เนื่องจากเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิด เกิดขึ้นแล้วอาจจะเกิดขึ้นอีก เป็นสิ่งที่เลียนแบบกัน คงต้องมีมาตรการที่เตรียมความพร้อมให้มากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องกราดยิง แต่รวมถึงความเสี่ยงต่าง ๆ ในโรงเรียน ที่กรุงเทพมหานครเริ่มทบทวนมาแล้ว เช่น อุบัติเหตุทางท้องถนนที่พยายามให้เทศกิจเข้าไปดูแล กัญชา และใบกระท่อม จากนี้ใครจะเข้าไปในโรงเรียนต้องดูให้ดี อนุญาตเฉพาะคนที่รู้จักและไว้ใจจริงๆ ส่วนประเด็นการตรวจอาวุธคงไม่ง่าย

สำหรับแผนความปลอดภัยในโรงเรียนคงต้องหารือกับผู้รู้อย่าง พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี และพล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถอดบทเรียนเรื่องความปลอดภัยให้มากขึ้น เพราะเราเป็นผู้รับผิดชอบชีวิตเด็ก พ่อแม่เขามาฝากให้ดูแลช่วงกลางวัน คงต้องสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครอง

นายชัชชาติ กล่าวว่า ในส่วนของศูนย์เด็กเล็กก็ต้องดูเพิ่มด้วยเพราะโรงเรียนยังมีครูผู้ชาย และเทศกิจหน้าโรงเรียนสามารถช่วยเหลือได้เมื่อเกิดเหตุ แต่ศูนย์เด็กเล็กเป็นพื้นที่เปราะบางมีเพียงครูอาสาผู้หญิงดูแลเด็กเล็ก ซึ่งการซ้อมแผนเผชิญเหตุต่างๆ อาจจะยาก คงต้องให้ครูอาสาเป็นผู้ดูแลเด็ก

ทั้งนี้เขตโรงเรียนเป็นพื้นที่ห้ามพกอาวุธอยู่แล้ว แต่กรุงเทพมหานครคงต้องทบทวนเรื่องประกาศ และกฎระเบียบต่าง ๆ โดยปกติโรงเรียนจะจัดโซนสำหรับผู้ปกครอง และต้องติดบัตรให้ชัดเจนอยู่แล้ว แต่กรณีนี้ไม่แน่ใจว่าผู้ก่อเหตุเป็นผู้ปกครองหรือไม่ หากเป็นผู้ปกครองคงทำให้การป้องกันยากยิ่งขึ้นต้องหารายละเอียดอีกที “แค่เห็นรูปก็เศร้าใจมาก คิดถึงหัวอกพ่อแม่”