สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ว่า ทำเนียบเครมลินเผยแพร่แถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ลงนามในกฤษฎีกาจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาดูแลโครงการท่อส่งก๊าซและน้ำมัน “ซาคาลิน-1” ที่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย แทนบริษัทเอ็กซอนโมบิลของสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดของโครงการดังกล่าว ด้วยสัดส่วน 30% ตามด้วยรอสเนฟต์ รัฐวิสาหกิจด้านน้ำมันของรัสเซีย
Putin orders Russia to seize Exxon-led Sakhalin-1 oil and gas projecthttps://t.co/Cd1LeA80iO
— Nikkei Asia (@NikkeiAsia) October 7, 2022
ทั้งนี้ ก่อนสงครามในยูเครนปะทุเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา ปริมาณการผลิตน้ำมันจากโครงการซาคาลิน-1 เคยสูงถึง 220,000 บาร์เรลต่อวัน แต่หลังจากนั้นลดลงอย่างต่อเนื่อง เหลือเพียงประมาณวันละ 10,000 บาร์เรลต่อวัน เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา
ด้านเอ็กซอนโมบิลยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานข้ามชาติของสหรัฐรายนี้ พยายามถอนตัวออกจากโครงการซาคาลิน-1 ตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา จุดชนวนความขัดแย้งกับรัฐบาลมอสโก ถึงขั้นเอ็กซอนโมบิลเตรียมร้องเรียนต่อคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ
RUSSIA-JAPAN TIES | MOSCOW'S SAKHALIN-2 MANEUVERS
— Nikkei Asia (@NikkeiAsia) July 1, 2022
Putin's Sakhalin-2 ruling worries Japan because two domestic companies — Mitsui & Co. and Mitsubishi Corp. — are part of the project.#Russia #energy #Sakhalinhttps://t.co/gXPC1Ac5XM
อนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ปูตินประกาศมาตรการเดียวกันนี้กับโครงการซาคาลิน-2 เพิ่มแรงกดดันอย่างหนักให้กับมิตซุยและมิตซูบิชิ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ฝ่ายญี่ปุ่น โดยซาคาลิน-2 เป็นหนึ่งในโครงการส่งแอลเอ็นจีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก มีการลงนามในข้อตกลงระยะยาว ว่า 60% ของแอลเอ็นจีที่ไหลผ่านเส้นทางนี้ จะตรงไปที่ญี่ปุ่น.
เครดิตภาพ : REUTERS



