สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวผ่านระบบทางไกลอิเล็กทรอกนิกส์ ต่อที่ประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่ง หรือ “จี 7” ยืนยันการไม่เจรจากับรัสเซียอย่างเด็ดขาด ตราบใดที่รัฐบาลมอสโกยังคงอยู่ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน


นอกจากนี้ เซเลนสกีเดินหน้าเรียกร้องขอให้กลุ่มจี 7 เพิ่มการมอบความสนับสนุนด้านระบบป้องกันทางอาการให้แก่กองทัพยูเครน ด้านสมาชิกจี 7 ซึ่งประกอบด้วย สหรัฐ แคนาดา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ร่วมในเวลาต่อมา ยืนยันการมอบความสนับสนุนอย่างต่อเนื่องให้แก่ยูเครน ทั้งในด้านการเงิน มนุษยธรรม การทหาร การทูต และกฎหมาย


ในอีกด้านหนึ่ง นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กล่าวว่า นาโตยังคงจับตาความเคลื่อนไหวด้านนิวเคลียร์ของรัสเซีย “อย่างใกล้ชิด” แม้จนถึงตอนนี้ ยังไม่พบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่าย “ยังไม่ไว้วางใจ”

นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต แถลงที่สำนักงานใหญ่ ในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 11 ต.ค.


ขณะเดียวกัน เลขาธิการนาโต กล่าวถึงการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยและความมั่นคง ต่อโครงสร้างพื้นฐานทุกแห่งของสมาชิกทั้ง 30 ประเทศ และเตือนรัสเซียว่า การตอบสนองของนาโต “จะเปี่ยมด้วยความสามัคคีและเข้มแข็ง” หากอีกฝ่ายโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของสมาชิกนาโต พร้อมทั้งเตือนประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ผู้นำเบลารุส “อย่าเพิ่มความยุ่งยาก” ให้กับสงครามในยูเครน


อย่างไรก็ตาม สโตลเทนเบิร์กกล่าวถึงการที่รัสเซียโจมตีทางอากาศต่อเมืองใหญ่ 8 แห่งของยูเครน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลมอสโกกล่าวว่า เพื่อเป็นการตอบโต้ที่ยูเครนวางระเบิดรถบรรทุก บนสะพานเคิร์ช ซึ่งเชื่อมระหว่างคาบสมุทรไครเมียกับรัสเซีย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย “เป็นสัญญาณของความปราชัยในสมรภูมิ”.

เครดิตภาพ : REUTERS