สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ แถลงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันจันทร์ ว่าเขามีคำสั่งโดยตรงให้กระทรวงวัฒนธรรมตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ สอบสวนสหพันธ์ครอบครัวเพื่อความสามัคคีและสันติภาพโลก (เอฟเอฟดับเบิลยูพียู) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โบสถ์แห่งความสามัคคี” โดยให้เป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติความร่วมมือทางศาสนา
ขณะเดียวกัน ผู้นำญี่ปุ่นกล่าวขอโทษต่อที่ประชุม กรณีสมาชิกพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) “จำนวนมาก” มีความเชื่อมโยงกับโบสถ์แห่งความสามัคคี อย่างไรก็ตาม คิชิดะยืนยันว่า ตัวเขาและพรรคแอลดีพี ไม่มีความเกี่ยวข้องกับโบสถ์แห่งนั้น “ไม่ว่าในทางใดก็ตาม” พร้อมทั้งกล่าวด้วยว่า รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจกับการร้องเรียนของประชาชนจำนวนไม่น้อย ว่าการเข้าเป็นสมาชิกหรือให้การสนับสนุนโบสถ์แห่งนี้ กลายเป็นการ “สร้างภาระทางการเงิน” ในเวลาต่อมา

อนึ่ง คิชิดะปรับคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา โดยมีการปลดรัฐมนตรีหลายคน ที่มีกระแสข่าวเชื่อมโยงกับโบสถ์แห่งความสามัคคี โดยหนึ่งในผู้ที่ต้องพ้นจากตำแหน่ง คือ นายโนบุโอะ คิชิ ออกจากตำแหน่ง รมว.กลาโหม อย่างไรก็ตาม ความนิยมของรัฐบาลและผู้นำญี่ปุ่น ร่วงอย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนส่วนใหญ่มองว่า ประเด็นโบสถ์แห่งความสามัคคี มีผลต่อความเชื่อมั่นในตัวของนายกรัฐมนตรี
WARNING: GRAPHIC CONTENT – Why the Unification Church has become a headache for Japan’s Prime Minister Fumio Kishida https://t.co/8sQe6RqhVJ pic.twitter.com/Dqu89Ijs8c
— Reuters (@Reuters) August 16, 2022
ทั้งนี้ คิชิเป็นลูกพี่ลูกน้องของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมจากการถูกลอบสังหาร เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา และคนร้ายคือนายเทตสึยะ ยามากามิ ให้การต่อตำรวจว่า แรงจูงใจมาจากความเชื่อว่า อาเบะมีความเกี่ยวข้องกับโบสถ์แห่งความสามัคคี ซึ่งมารดาของยามากามิเป็นสมาชิก และบริจาคเงินให้เป็นจำนวนมาก ทำให้ครอบครัวเกิดปัญหา.
เครดิตภาพ : REUTERS



