สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ แถลงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันจันทร์ ว่าเขามีคำสั่งโดยตรงให้กระทรวงวัฒนธรรมตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ สอบสวนสหพันธ์ครอบครัวเพื่อความสามัคคีและสันติภาพโลก (เอฟเอฟดับเบิลยูพียู) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โบสถ์แห่งความสามัคคี” โดยให้เป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติความร่วมมือทางศาสนา


ขณะเดียวกัน ผู้นำญี่ปุ่นกล่าวขอโทษต่อที่ประชุม กรณีสมาชิกพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) “จำนวนมาก” มีความเชื่อมโยงกับโบสถ์แห่งความสามัคคี อย่างไรก็ตาม คิชิดะยืนยันว่า ตัวเขาและพรรคแอลดีพี ไม่มีความเกี่ยวข้องกับโบสถ์แห่งนั้น “ไม่ว่าในทางใดก็ตาม” พร้อมทั้งกล่าวด้วยว่า รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจกับการร้องเรียนของประชาชนจำนวนไม่น้อย ว่าการเข้าเป็นสมาชิกหรือให้การสนับสนุนโบสถ์แห่งนี้ กลายเป็นการ “สร้างภาระทางการเงิน” ในเวลาต่อมา

สำนักงานใหญ่ของโบสถ์แห่งความสามัคคี ในกรุงโตเกียว ซึ่งกำลังมีการซ่อมแซม เมื่อเดือน ส.ค. 2565


อนึ่ง คิชิดะปรับคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา โดยมีการปลดรัฐมนตรีหลายคน ที่มีกระแสข่าวเชื่อมโยงกับโบสถ์แห่งความสามัคคี โดยหนึ่งในผู้ที่ต้องพ้นจากตำแหน่ง คือ นายโนบุโอะ คิชิ ออกจากตำแหน่ง รมว.กลาโหม อย่างไรก็ตาม ความนิยมของรัฐบาลและผู้นำญี่ปุ่น ร่วงอย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนส่วนใหญ่มองว่า ประเด็นโบสถ์แห่งความสามัคคี มีผลต่อความเชื่อมั่นในตัวของนายกรัฐมนตรี


ทั้งนี้ คิชิเป็นลูกพี่ลูกน้องของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมจากการถูกลอบสังหาร เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา และคนร้ายคือนายเทตสึยะ ยามากามิ ให้การต่อตำรวจว่า แรงจูงใจมาจากความเชื่อว่า อาเบะมีความเกี่ยวข้องกับโบสถ์แห่งความสามัคคี ซึ่งมารดาของยามากามิเป็นสมาชิก และบริจาคเงินให้เป็นจำนวนมาก ทำให้ครอบครัวเกิดปัญหา.

เครดิตภาพ : REUTERS