เมื่อวันที่ 3 พ.ค. สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยและสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ร่วมจัดงาน “วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก 3 พ.ค.” ประจำปี 2569 ที่ โรงแรมเบสเวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพฯ เพื่อสะท้อนบทบาทของสื่อในยุคเปลี่ยนผ่าน และความสำคัญของเสรีภาพ ความรับผิดชอบ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการรักษาระบบนิเวศสื่อที่เข้มแข็งโดยมีสื่อมวลชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

น.ส.น.รินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวเปิดงานว่า วันที่ 3 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันที่ประชาคมโลกย้ำเตือนถึงความสำคัญของเสรีภาพสื่อมวลชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมประชาธิปไตย แต่สำหรับพวกเราคนทำงานสื่อในประเทศไทย วันนี้มีความหมายมากกว่าการเฉลิมฉลอง เพราะเป็นวันที่เราต้องกลับมาทบทวน ยืนหยัด และร่วมกันหาทางออกจากพายุที่กำลังโหมกระหน่ำอุตสาหกรรมสื่ออย่างรอบด้าน

ปัจจุบันภูมิทัศน์สื่อได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เราไม่ได้เพียงเผชิญหน้ากับการคุกคามเสรีภาพในรูปแบบเดิมๆ แต่กำลังเผชิญกับวิกฤติเชิงโครงสร้างที่สั่นคลอนความอยู่รอดขององค์กรสื่อ จากการผูกขาดของแพลตฟอร์มดิจิทัลข้ามชาติที่ดูดซับรายได้มหาศาลไป ขณะที่สื่อผู้ผลิตเนื้อหายังคงต้องแบกรับต้นทุนการทำข่าวคุณภาพสูง อำนาจในการกำหนดวาระทางสังคมกำลังถูกท้าทายโดยอัลกอริทึมและเทคโนโลยี AI ก็กำลังเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการรับข่าวสารของผู้คนไปตลอดกาล

ด้วยเหตุนี้ การจัดงานในวันนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรม แต่คือการผนึกกำลังเพื่อเผชิญหน้ากับความท้าทายเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรม กิจกรรมตลอดช่วงเช้าของวันนี้ ได้ถูกร้อยเรียงขึ้นเพื่อสะท้อนภาพการต่อสู้ของพวกเราในทุกมิติ

ด้านนายวัฒนะชัย ยะนินทร อุปนายกด้านมาตรฐานวิชาชีพ สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ กล่าวว่า สำหรับพวกเราชาวสื่อออนไลน์ ภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงทั้งวิกฤติเชิงโครงสร้าง อิทธิพลของแพลตฟอร์ม และการมาถึงของเทคโนโลยี AI ไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎี แต่คือสมรภูมิที่เราต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ในทุกๆ วัน เราไม่ได้เพียงผลิตข่าว แต่เรากำลังแข่งขันกับทุกสิ่งในจักรวาลคอนเทนต์เพื่อแย่งชิงความสนใจของผู้คนในเวลาไม่กี่วินาทีบนหน้าจอ

ขณะที่เทคโนโลยี AI กำลังก้าวเข้ามา ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้ช่วย แต่ในฐานะ ‘ผู้เล่น’ คนใหม่ในสนามข่าว สิ่งนี้ท้าทายเราอย่างยิ่งยวด ว่าเราจะใช้เครื่องมืออันทรงพลังนี้เพื่อยกระดับการทำข่าวให้มีคุณภาพได้อย่างไร และจะป้องกันไม่ให้มันกลายเป็นเครื่องมือสร้างข้อมูลบิดเบือนที่ทำลายความน่าเชื่อถือของพวกเราเองได้อย่างไร

นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม อุปนายกสมาคมฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ และเลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย อ่านแถลงการณ์เนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกว่า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่อในยุคดิจิทัล อุตสาหกรรมสื่อกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอิทธิพลของแพลตฟอร์มข้ามชาติที่มีบทบาทต่อการกำหนดทิศทางข้อมูลข่าวสาร องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ขอประกาศเจตนารมณ์ พร้อมเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลและทุกภาคส่วน ดังนี้

1.รัฐบาลต้องเปิดพื้นที่ให้สื่อมวลชนสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้อย่างอิสระ รับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย และคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร โดยหลีกเลี่ยงการใช้กฎหมาย อำนาจรัฐหรืออำนาจอื่นใด แทรกแซงการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในการบริหารประเทศ

2.รัฐบาลควรเร่งผลักดันกฎหมายหรือมาตรการที่ทำให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ผลิตข่าวสารกับแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มที่นำเนื้อหาข่าวไปใช้สร้างรายได้ ต้องมีระบบแบ่งปันผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม ภายใต้หลักการว่า “ข่าวคุณภาพมีต้นทุน” เพื่อให้สื่อสามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนและผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพต่อสังคม

3.รัฐบาลควรส่งเสริมให้มีกฎหมายที่ป้องกันการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือคุกคามผู้ทำหน้าที่เพื่อสาธารณะ โดยคุ้มครองผู้สื่อข่าว ประชาชนที่เปิดเผยข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ให้สามารถตรวจสอบอำนาจได้โดยไม่หวาดกลัว อันจะนำไปสู่สังคมที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

4.สื่อมวลชนต้องธำรงมาตรฐานวิชาชีพ ด้วยการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง รอบด้าน และผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะในบริบทที่เทคโนโลยี AI อาจถูกใช้สร้างหรือบิดเบือนข้อมูล เพราะความน่าเชื่อถือและความรับผิดชอบต่อสาธารณะเป็นหัวใจสำคัญของวิชาชีพ

5.ขอเชิญชวนประชาชนร่วมสนับสนุนสื่อที่มีคุณภาพและยึดมั่นในจริยธรรม พร้อมทั้งตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่หรือส่งต่อ เพื่อร่วมกันลดปัญหาข่าวปลอมและเนื้อหาที่สร้างความแตกแยกในสังคม

นายชัยฤทธิ์ กล่าวว่า เสรีภาพสื่อ คือเสรีภาพประชาชน สื่อต้องยืนหยัดบนจริยธรรม นำเสนอด้วยความถูกต้อง และรับผิดชอบต่อสังคม