วันนี้ (21 ต.ค.) ที่สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) อาคารจี ทาวเวอร์ ถนนพระราม 9 จัดแถลงข่าว “เตรียมขอคุ้มครองฉุกเฉิน กรณีควบรมทรู-ดีแทค และร้อง ป.ป.ช.เหตุ กสทช. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” โดย น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการ สอบ. กล่าวว่า กลุ่มเครือข่ายผู้บริโภคผิดหวัง กสทช. ที่ไม่ใช่อำนาจตัวเองพิจารณาตามกฎหมาย ทาง สอบ. จะเดินหน้าฟ้องคดี ต่อศาลปกครองโดยเร็วที่สุด ในเรื่องการลงมติในครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าหากคณะกรรมการของ สอบ. เห็นชอบแล้วจะเป็นหลังวันที่ 28 ต.ค. นี้ โดยขณะนี้ได้ทนายร่างคำฟ้องแล้ว และกำลังรอข้อมูลมติที่ประชุมฉบับเต็ม เพื่อมาใช้ประกอบสำนวนฟ้อง ทั้งนี้เพื่อขอให้ศาลปกครอง มีการไต่ส่วนฉุกเฉินคุ้มครองชั่วคราว ก่อนมีคำพิพากษา และ กสทช. ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำ โดยจะยื่น ร้อง ป.ป.ช. ให้ช่วยวินิจฉัย ไม่ปฏิบัติหน้าที่ หรือ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และขอให้ผู้บริโภคที่คิดว่าเสียหายเสนอชื่อร่วมฟ้องต่อด้วย

“การกำหนดเงื่อนไขด้านการลดราคาลง 12% ควรบังคับทั้ง 2 ราย ไม่เช่นนั้น ทางลูกค้าเอไอเอสอาจจะจ่ายแพงกว่า และไม่ได้มีการจัดการโครงสร้างกิจการโทรคมนาคม เสนอให้คลื่นบางส่วน และควรขียนให้ชัดเจนว่า บริษัทใหม่ไม่สามารถเข้าร่วมประมูลคลื่น 3จี ที่จะหมดลงใน 3 ปีข้างหน้า เพื่อให้มีผู้ให้บริการรายใหม่เข้ามาในตลาดได้”

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคฯ จะร่วมกับ สอบ. ฟ้อง ต่อ ป.ป.ช. ที่ กสทช. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และสนับสนุนฟ้องศาลปกครอง โดยกระบวนการที่น่าสงสัย คือ การลงมติที่แปลกประหลาด แบบ 2 ต่อ 2 ต่อ 1 และประธานมาชี้ขาดด้วยการออกเสียง 2 ครั้ง เมื่อไปดูเอกสารข้อกฎหมายต่อกรณีที่ลงมติ ต้องเป็นการชี้ขาดประเด็นที่เป็นเรื่องไม่สำคัญ และต้องได้รับความเห็นชอบจาก กรรมการ กสทช. ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง คือ 3 จาก 5 ไม่เช่นนั้นมติต้องตกไป เชื่อว่าการลงมติมีปัญหาแน่ๆ และอาจเกี่ยวกับการเมืองที่ใกล้ยุบสลากเลยต้องรีบลง มติทาง กสทช. ต้องชี้แจงให้กระจ่างในเรื่องนี้

ด้าน น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการด้านการสื่อสารฯ สอบ. กล่าวว่า มติเมื่อวันที่ 20 ต.ค. มีปัญหา เป็นมติสีเทาคลุมเครือ มีปัญหาในทางปฏิบัติ รับทราบแต่มีเงื่อนไข ใช้ทางกฎหมายได้อย่างไร การประชุมลงมติครั้งนี้ ทำให้ กสทช. เป็นแดนสนธยา ที่จะเอื้อประโยชน์ต่อเอกชนมากกว่าผู้บริโภค ไม่มีการแถลงข่าว นักข่าวเข้าไม่ถึง เป็นจุดอ่อนที่ขาดความโปร่งใส สง่างาม เป็นจุดที่เครือข่ายผู้บริโภคผิดหวังดูมืดมน ไม่รู้จะพึ่งใคร เศรษฐกิจไม่ดีอยู่แล้ว แต่ต้องจ่ายแพงขึ้น อยากวิงวอนส่งถึงกระบวนการยุติธรรม ต่อไปเผือกร้อนจะไปอยู่ที่ศาลปกครอง ที่ต้องพิจารณาดูผลกระทบต่อผู้บริโภค และอยากให้ศาลเป็นด่านสุดท้ายในการช่วยผู้บริโภค.