เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้เป็นประธานเปิดงานเสวนาการพัฒนาโครงงานวิจัยของนักเรียนสู่เวทีนานาชาติ และการอบรมมาตรฐานและจริยธรรมการวิจัย โดยมีผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จำนวน 250 คน เข้าร่วม ณ ภูสักธารรีสอร์ท จังหวัดนครนายก ซึ่งภาพที่น่าชื่นชมในครั้งนี้คือ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สำนักบริหารงานความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ศึกษา (สบว.) สพฐ. กลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ สถาบันวิจัย และโรงเรียนต่างๆ ของรัฐและเอกชน รวมทั้งสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้สร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนานักเรียนในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ให้มีคุณภาพในทุกมิติ ทั้งด้านวิชาการ กิจกรรม จิตอาสา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตลอดจนสมรรถนะสำคัญ จนเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนให้เห็นว่าคุณภาพของโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย อยู่ในมาตรฐานเดียวกันกับโรงเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นนำในระดับนานาชาติ โดยโครงงานวิจัยของนักเรียนในกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณฯ เป็นสิ่งที่สะท้อนผลลัพธ์จากการเรียนรู้และคุณภาพของผู้เรียน โดยพบว่าโครงงานวิจัยของนักเรียนมีคุณภาพและมีมาตรฐานในระดับที่สามารถแข่งขันได้ในเวทีระดับนานาชาติ ซึ่งในปี 2565 มีผลงานของนักเรียนที่ได้รับการจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรรวมจำนวนทั้งสิ้น 19 ผลงาน
ดร.เกศทิพย์ กล่าวต่อไปว่า สบว. ได้สนับสนุน กำกับ และติดตาม การดำเนินการของกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณฯ ในด้านการทำโครงงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง จึงได้มีการจัดการอบรมพัฒนาในครั้งนี้ เพื่อให้ครูและบุคลากรของโรงเรียนมีความรู้ ความสามารถ มีทักษะ และความเข้าใจที่ถูกต้อง ทันสมัย เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาโครงงานวิจัยให้มีคุณภาพ ตลอดจนส่งเสริมให้ครูมีใบอนุญาตใช้สัตว์ทดลองเพื่องานวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินการวิจัยมีความถูกต้องตามระเบียบวิธีการวิจัย มีความปลอดภัย เป็นไปตามมาตรฐานงานโดยไม่ขัดต่อจริยธรรมการวิจัย และยังช่วยส่งเสริมให้ผลงานวิจัยของนักเรียนมีคุณค่าเป็นที่ยอมรับและสามารถแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการจัดเสวนาและการอบรมในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ สำนักงาน ก.ค.ศ. โดย สพฐ. ได้เชิญ ดร.ปราโมทย์ แสนกล้า รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. มาบรรยายถึงกระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงการปฏิบัติงาน (PA) ที่สอดรับกับการทำโครงงานของนักเรียน ซึ่งทำให้เกิดความเชื่อมโยงสอดคล้องกันระหว่างความทุ่มเทของครูในการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนกับการพัฒนาวิทยฐานะ และความสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์สัตว์ทดลอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สถาบันพัฒนาการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โรงเรียนปรินส์รอแยลวิทยาลัย โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ และกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณฯ ในด้านการสนับสนุนวิทยากรและการจัดการอบรม
นอกจากนั้น สบว. ได้มีการวางแผนจัดอบรมเพื่อให้ครูและบุคลากรได้มีใบรับรอง/ใบอนุญาตในด้านอื่น ๆ ด้วย อาทิ ใบรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ ใบอนุญาตนำเข้าสารเคมี/อุปกรณ์เฉพาะทางเพื่อการใช้ประโยชน์ในการวิจัย เพื่อสนับสนุนโรงเรียนในการทำโครงงานวิจัยให้ถูกต้อง ปลอดภัย และมีความคล่องตัว สามารถดำเนินการสั่งซื้อสารเคมีเฉพาะทาง/สารควบคุมได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสร้างความเข้มแข็งของโรงเรียนที่มีจุดมุ่งเน้นในการพัฒนาด้านการวิจัย อีกทั้งผู้บริหารและครูในกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณฯ ยังมีเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง มีความสามัคคีและมีอุดมการณ์ร่วมกันในพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพในทุกมิติ และมีการให้บริการทางวิชาการช่วยเหลือโรงเรียนที่มีขนาดหรือมีความพร้อมน้อยกว่า นับได้ว่าเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญยิ่งในการพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์ศึกษาในประเทศไทย และช่วยให้ความเหลี่ยมล้ำทางการศึกษาได้ลดลงไปด้วย
โดยสิ่งที่ขอฝาก คือ “มาร่วมกันสร้างนักเรียนให้เป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมที่นำมาใช้จริงในชีวิตประจำวัน และประเทศอื่นต้องมาใช้ของนักเรียนไทยเรา” โดยให้โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ทบทวนว่าได้ทำครบตามอุดมการณ์ทั้ง 9 ข้อแล้วหรือยัง หากยังไม่ครบ ให้ดำเนินการเติมเต็มและแลกเปลี่ยนต่อยอดสิ่งดีๆ ร่วมกัน พร้อมทั้งมอบหมายผู้บริหารโรงเรียนร่วมกันขับเคลื่อนการจัดกิจกรรมบ่มเพาะนักเรียนตามอุดมการณ์ข้อ 6 มีจิตสํานึกในเกียรติภูมิของความเป็นไทย มีความเข้าใจและภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชาติ มีความรักและความภูมิใจในชาติบ้านเมืองและท้องถิ่น เป็นพลเมืองดียึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
“สิ่งที่ขอชื่นชม คือ ครูมีความตั้งใจสูงที่จะพัฒนาศักยภาพนักเรียนตามความสนใจในการพัฒนาโครงงาน มีความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยงและหน่วยงานวิจัย ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เครื่องมือ อุปกรณ์ การเป็นวิทยากร และที่ปรึกษาโครงงานในการขับเคลื่อนการพัฒนาโครงงานวิจัยของนักเรียนจนเกิดความสำเร็จ รวมถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้บริหารและโรงเรียนที่จะขับเคลื่อนคุณภาพนักเรียนในห้องเรียนสู่ชุมชน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าโครงงานนักเรียนสะท้อนความคิดและสมรรถนะที่สามารถนำความรู้มาใช้แก้ปัญหาได้จริง นับว่าเป็นเวทีที่เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง จากครูที่มากประสบการณ์ในการสร้างและแสวงหาโอกาสที่ดีให้นักเรียน มาแบ่งปันเทคนิคต่างๆ เพื่อให้ทุกคนสามารถสร้างนักเรียนที่มาพร้อมโอกาสในทุกๆ ที่ทั่วประเทศไทย” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว
ทั้งนี้ ภายในงานมีหัวข้อการเสวนาที่น่าสนใจ อาทิ การพัฒนาโครงงานวิจัยนักเรียนสู่เวทีนานาชาติ ช่วงที่ 1 จำนวน 3 หัวข้อ ได้แก่ โครงงานนักเรียน: จาก Active Learning สู่การสร้างนวัตกรรมพัฒนาประเทศ, โครงงานนักเรียนกับการประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง (PA) และแนวทางการส่งเสริมการทำนวัตกรรมโครงงานและสิ่งประดิษฐ์ระดับโรงเรียนตามแนวทาง BCG โดยใช้ความคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) และช่วงที่ 2 ของเสวนาการพัฒนาโครงงานนักเรียนสู่เวทีนานาชาติ เป็นช่วงแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ จากครูผู้มากประสบการณ์ ในเวที International Science and Engineering Fair หรือเวทีใหญ่ระดับโลกที่รู้จักกันในนาม ISEF โดยหลังจากงานเสวนาในวันนี้ จะต่อเนื่องด้วยการอบรมมาตรฐานและจริยธรรมการวิจัย สำหรับครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จำนวน 250 คน ในระหว่างวันที่ 26-29 ตุลาคม 2565



