นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส จำกัด เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม “ไทยมาร์ท”อีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างระบบนิเวศการค้าที่ยั่งยืนแก่ผู้ประกอบการไทย จากที่ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีมาร์เก็ตเพลสของคนไทยที่เติบโตอย่างแท้จริง โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จึงลงทุนสร้างระบบนิเวศของตัวเอง ทั้งทีมพัฒนาระบบกว่า 120 คน ทีมการตลาด ทีมโปรดักชัน และทีมบริการลูกค้าที่พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสร้างแพลตฟอร์มของคนไทย

“สิ่งที่จะทำให้แพลตฟอร์มอยู่รอดในระยะยาว ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือความเชื่อมั่น ทุกวันนี้หลายแพลตฟอร์มประกาศนโยบายอย่างหนึ่ง แต่ไม่นานก็ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมหรือค่า จีพี  จนผู้ขายรู้สึกหมดความไว้ใจ และปัจจุบันผู้ค้าจำนวนมากมีกำไรจากการขายสินค้าเหลือน้อยลง ทำให้ขาดสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจและดูแลครอบครัว ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว ไทยมาร์ท จึงต้องการเข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าว ขณะเดียวกันแพลจฟอร์มต่างประเทศมีการจัดเก็บค่าจีพี ที่สูงทำให้ผู้ค้าจำเป็นต้องผลักภาระด้วยการปรับขึ้นราคาสินค้าสุดท้ายผู้บริโภคก็เป็นผู้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น”

นายพันธ์ธวัช กล่าวต่อว่า  ไทยมาร์ท  ตั้งเป้าช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการไทย สำหรับเป้าหมายในปีแรก ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแพลตฟอร์มมากกว่าการเร่งขยายขนาด โดยตั้งเป้าหมายให้เป็นแอปพลิเคชันอีคอมเมิร์ซที่มีประสบการณ์การใช้งานดีที่สุดในตลาดภายในสิ้นปีนี้  กลยุทธ์ข้อแรกที่วางไว้คือ พาร์ทเนอร์ ซักเซส หรือ ‘เพื่อนรวย เราสำเร็จ’ คือ ให้พาร์ตเนอร์ของเราประสบความสำเร็จ เติบโต ธุรกิจของเราก็จะเติบโตไปพร้อมกัน ปัจจุบันมีร้านค้าเข้าร่วมแพลตฟอร์มแล้วกว่า 15,000 ร้าน และคาดว่าหลังการเชื่อมต่อระบบเพิ่มเติมในเดือน ก.ย. จำนวนร้านค้าจะเพิ่มขึ้นอีกหลายราย 

“เป้าหมายของ ไทยมาร์ท ต้อง เป็นตลาดที่มีแต่ของดีและของแท้ ร้านค้าต้องถูกกฎหมายและมีใบอนุญาตที่จำเป็น เช่น เครื่องหมาย อย. หรือ มอก. ตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ การเก็บค่าจีพีจะใช้โครงสร้าง แบบขั้นบันได ปีแรก เก็บ 0% ตั้งแต่วันที่ 7 ก. ค.69 ถึง 6 ก.ค.70  ปีที่ 2 เก็บ 5% ปีที่ 3 เก็บ 8% และปีที่ 4 เป็นต้นไป เพดานสูงสุดไม่เกิน 10%”