บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการรถยนต์จากญี่ปุ่น กำลังพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า EV รุ่น ‘bZ4X’ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของบริษัทที่จะวางจำหน่ายสำหรับผู้บริโภคทั่วไป โดยอาจเพิ่มเป็น 6-12 เท่า จากกำลังผลิตต่อเดือนในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ 1,000 คันเศษ และคาดว่าการเพิ่มกำลังการผลิตจะเริ่มตั้งแต่ปี 2568 ถ้าหากบริษัทสามารถมีความมั่นคงด้านชิ้นส่วนและเซมิคอนดักเตอร์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการผลิต
รถรุ่นนี้ผลิตที่โรงงานโมโตมาจิ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสำนักงานใหญ่ของบริษัท และใช้สายพานการผลิตร่วมกับรถยนต์รุ่นใช้น้ำมันรุ่นไฮบริด ที่ยังเป็นรุ่นหลักในการผลิต รวมทั้งรุ่น Solterra ของบริษัทซูบารุด้วย
แหล่งข่าววงในแจ้งว่า การเพิ่มกำลังการผลิตนี้อาจทำให้ โตโยต้า ตัดสินใจเพิ่มสายพานการผลิตของรถรุ่นนี้ที่โรงงานทากาโอกะ ซึ่งเป็นฐานการผลิตอีกแห่งหนึ่งที่ใกล้กับสำนักงานใหญ่ แต่ยังไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการจากบริษัท
หลังจากที่ โตโยต้า โดนวิพากษ์วิจารณ์ด้านความเคลื่อนไหวที่ไม่ทันการณ์ต่อกระแสของรถยนต์ไฟฟ้า EV และให้ความสำคัญต่อเทคโนโลยีไฮบริดมากกว่า บริษัทก็เปิดตัวแผนด้านการผลิตรถยนต์ EV และมีแนวโน้มที่จะเสริมกำลังการผลิตรถประเภทนี้
ในแผนดังกล่าวซึ่งมุ่งเน้นไปที่การผลิตรถ EV ในอนาคตมากขึ้น โดยยึดพื้นฐานเทคโนโลยีที่จะช่วยให้รถ EV มีราคาต่ำลง แต่มีสมรรถนะที่ดีขึ้น บริษัทยังตัดสินใจที่จะเก็บแผนพัฒนารถ EV รุ่นใหม่ 30 รุ่น ที่เคยเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วเอาไว้ก่อน และหันมาเร่งการผลิต bZ4X ซึ่งจะเป็นตัวรับประกันว่า โตโยต้า จะไม่ตกขบวนกระแสรถ EV
ถ้าหากเป็นไปตามแผน โตโยต้า จะสามารถผลิตรถ EV ได้มากกว่า 190,000 ต่อปี กระนั้น บริษัทจะต้องหาทางทำให้ซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนและชิพวงจรต่าง ๆ มารองรับการผลิตได้โดยไม่มีการขาดตอน ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกันกับที่บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอื่น ๆ ยังต้องเผชิญอยู่ นอกเหนือไปจากยอดขายรถ EV ที่ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้
เครดิตภาพ : REUTERS



