การฉีดวิตามินผิวขาวเป็นการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก ซึ่งเป็นเทคนิคผิวสวยของใครหลายๆคน ที่ใช้ในการดูแลผิวให้มีความกระจ่างใส ผิวนวลเนียน มีออร่า น่าสัมผัส แต่ก็มีหลายคนไม่น้อยที่อยากได้ผิวสวย กระจ่างใส แต่ยังไม่กล้าที่จะลองฉีดผิวขาว เพราะกังวลว่าจะมีอันตรายตามมา ในบทความนี้จึงได้เตรียมข้อมูลอย่างละเอียดที่ควรทราบว่าการฉีดวิตามินผิวนั้นอันตรายหรือไม่ และการฉีดวิตามินผิวที่ถูกต้องนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง

การฉีดวิตามินผิวคืออะไร

การฉีดวิตามินผิว คือการนำวิตามิน แร่ธาตุ กลูตาไธโอน และสารต้านอนุมูลอิสระมาผสมกันเข้าด้วยกัน (Cocktail) ซึ่งเป็นสารที่มีประโยชน์ ฉีดเข้าสู่เส้นเลือดโดยใช้วิตามินซี (Vitamin C) หรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic acid)เป็นตัวยาหลักในการออกฤทธิ์ เพื่อนำไปสร้างคอลลาเจน และเพิ่มปริมาณสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้สุขภาพ และช่วยให้กับระบบของร่างกายส่วนที่เสื่อมสภาพกลับมาทำงานได้ตามปกติอีกครั้ง 

สาเหตุของผิวหมองคล้ำไม่สดใสเกิดจากอะไร

1. ความเครียด เมื่อมีความเคลียดร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) มากขึ้นกว่าปกติ จนทำให้เกิดการอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวหมองคล้ำ การเกิดสิว

2. ผิวขาดความชุ่มชื้น จากการนอนดึก พักผ่อนน้อย ดื่มน้ำไม่เพียงพอ หรือสูญเสียความชุ่มชื้นจากสภาพอากาศ และการอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน

3. แสงแดดและมลภาวะ ส่งผลให้ผิวผลิตเม็ดสีเมลานินเพิ่มมากขึ้น เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด จนสีผิวหมองคล้ำ ไม่สม่ำเสมอ เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ 

4. การรับประทานอาหาร ที่ไม่มีประโยชน์ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ ไม่สดใส และทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายอีกด้วย

6. สารเคมีจากเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิว เช่น ครีมทาผิว สบู่เหลว มักจะมีส่วนผสมของน้ำหอม และไฮโดรควิโนน ซึ่งหากใช้ปริมาณมากเกินไปก็อาจจะทำให้ผิวเกิดความหมองคล้ำลงได้

7. อายุที่เพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของผิว รวมถึงคอลลาเจนและอีลาสติน อีกทั้งยังทำให้การผลัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพที่ช้าว่าปกติ ส่งผลให้ผิวเกิดความหมองคล้ำ และเกิดริ้วรอยได้ง่าย

ทำไมต้องฉีดวิตามินผิว ฉีดผิวขาวช่วยเรื่องอะไรบ้าง

เพราะในวิตามินฉีดผิวมีสารอาหารและวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย เพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยเสริมสร้างการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสามารถช่วยในเรื่องต่างๆ ได้ดังนี้

1. ลดอาการหวัด ลดการเกิดโรคภูมิแพ้

2. ช่วยให้ร่างกายสดชื่น ลดอาการอ่อนเพลีย

3. ช่วยให้ผิวพรรณดูกระจ่างใสเปล่งปลั่งขึ้น และช่วยให้ริ้วรอยเล็กๆ ที่ผิวดูจางลง 

4. ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย 

5. ปรับสภาพสีผิวให้มีความเรียบเนียน สีผิวดูสม่ำเสมอมากขึ้น

6. ช่วยให้ผิวได้รับสารอาหารได้โดยตรง ทำให้เห็นผลลัพธ์รวดเร็วและชัดเจนมากกว่าการบำรุงผิวด้วยวิธีอื่น

การฉีดวิตามินผิวเหมาะกับใครบ้าง

คนที่เหมาะกับการฉีดวิตามินผิวหลักๆ มีดังนี้

– คนที่อยากปรับสภาพสีผิวให้มีความกระจ่างใส เรียบเนียน และดูสุขภาพดีขึ้น

– คนที่มีผิวหมองคล้ำจากการนอนดึก พักผ่อนน้อย จนผิวพรรณไม่สดใส

– คนที่ต้องการฟื้นฟูผิวมีสภาพที่อ่อนแอ แพ้ง่าย และเริ่มเสื่อมสภาพอย่าเร่งด่วน

– คนที่มีผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น และหมองคล้ำทำให้ดูโทรม

– คนที่มีอาการอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น เป็นหวัดหรือมีอาการของโรคภูมิแพ้บ่อย 

– คนที่ต้องการเปลี่ยนระดับของสีผิวให้ขาวขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์

ใครบ้างที่ควรงดการฉีดวิตามินผิว

การฉีดวิตามินผิวถึงแม้จะมีข้อดีอยู่มากมาย แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่ม ที่คุณหมอไม่แนะนำให้ฉีดวิตามินผิวดังนี้

– ผู้หญิงกำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงที่กำลังให้นมบุตร

– ผู้ที่มีประวัติโรคเลือดผิดปกติ โรคมะเร็ง

– ผู้ที่ มีประวัติการแพ้วิตามินทุกชนิด

– ผู้ที่มีโรคประจำตัวร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตต่ำ ที่ต้องทานยาหลายชนิด

– ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ

– ผู้ที่ป่วยเป็นโรคภาวะพร่องเอนไซม์ (G6PD)

ฉีดวิตามินซีผิวกี่ครั้งถึงเห็นผล ควรเว้นระยะห่างอย่างไร

การฉีดวิตามินผิวจะไม่ได้เห็นผลที่ชัดเจนทันหลังทำ แต่จะค่อยๆเห็นหลังจากที่ฉีดไปแล้ว 3-7 วันในครั้งแรก และเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนหลังจากฉีดต่อเนื่อง 3-4 ครั้ง (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน) โดยถ้าคนไข้อยากเห็นผลลัพธ์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แนะนำให้ฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้งในช่วงเดือนแรก จากนั้นสามารถเว้นระยะเป็น 2-3 สัปดาห์/ครั้งได้

เลือกวิตามินฉีดผิวสูตรไหนดี

วิตามินฉีดผิวแต่ละสูตรจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน โดยแพทย์จะเป็นผู้แนะนำให้เหมาะสมกับความต้องการ และสภาพผิวของคนไข้มากที่สุดดังนี้

1. Vital Glow เป็นสูตรวิตามินซีเข้มข้น เน้นช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

2. Extra White Plus เป็นวิตามินที่ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสมากกว่าที่เคย วิตามินเพิ่มความเด้งให้ผิว

3. Vitamin White Plus เป็นสูตรวิตามินเข้มข้นเฉพาะของกังนัมคลินิก ที่เน้นในเรื่องผิวกระจ่างใส เสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย และช่วยบำรุงเส้นผมไปพร้อมๆ กัน

4. Aura White Skin เป็นวิตามินผิวสูตรหัวเชื้อกลูต้า Acetin ที่เข้มข้นกว่า Cinder ถึง 200 เท่า

5. Meso Blink เป็นสูตรวิตามินที่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อเน้นให้ผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

6. Perfect White Radiance เป็นสูตรวิตามินที่ช่วยลดการเกิดริ้วรอย ปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสขึ้นและบำรุงให้ผิวเต่งตึงขึ้น

7. Fairy Cocktail เป็นวิตามินรวมสูตรเข้มข้น ที่ช่วยเร่งให้ผิวกระจ่างใส อมชมพู และกระตุ้นภูมิต้านทานให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น

หลังฉีดผิวขาวออกแดดได้ไหม

หลังกการฉีดวิตามินผิวแนะนำให้พยายามหลีกเลี่ยงการออกแดดโดยตรง แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ จำเป็นต้องออกแดดบ่อยๆ แนะนำให้ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว แต่งตัวมิดชิด และทาครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไป เพื่อป้องกันไม่ให้สีผิวหมองคล้ำ หรือมีสีผิวไม่สม่ำเสมอ

ผลลัพธ์ของการฉีดวิตามินผิวอยู่ได้นานไหม

ผลลัพธ์หลังฉีดวิตามินผิวจะอยู่ได้นานประมาณ 1-2 เดือน ไม่ใช้ผลลัพธ์แบบถาวร เนื่องจากตัวยาเป็นอาหารผิวจำพวกวิตามินที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้หมดโดยไม่มีสิ่งตกค้าง แต่หากต้องการผลลัพธ์ที่นานขึ้น แนะนำให้เติมวิตามินผิวอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาผิวที่สีสุขภาพดีเอาไว้

ถ้าหยุดฉีดวิตามินผิวแล้วผิวคล้ำลงกว่าเดิมไหม?

การหยุดฉีดวิตามินผิว ไม่ได้ทำให้ผิวดูหมองคล้ำลงกว่าเดิม เนื่องจากวิตามินที่ฉีดผิวเป็นการบำรุงผิวจากภายใน ด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์กับผิวเช่น Vit C, Vit B, Collagen, Amino, NAC เพื่อทำให้เซลล์แข็งแรงขึ้น และไม่ถูกทำร้ายจากมลภาวะได้ง่าย ดังนั้นผิวจึงไม่ได้หมองคล้ำลงจากการหยุดฉีดวิตามินผิว

สรุป

การฉีดวิตามินผิว ถือเป็นการบำรุงผิวรูปแบบหนึ่ง ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นโดยอาศัยกลไกทางอ้อม ดังนั้นการฉีดวิตามินผิวเพียงอย่างเดียว จึงไม่สามารถทำให้คนที่มีผิวคล้ำมากๆ ให้ขาวขึ้นได้หลายระดับ ต้องมีการดูแลผิวด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย ที่สำคัญหากต้องการเห็นผลลัพธ์ตามที่ต้องการจะต้องใช้ของแท้และเลือกฉีดในคลินิกที่ได้มาตรฐานเท่านั้น