เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอนามน จ.กาฬสินธุ์ น.ส.อ้อมอารีย์ ยี่วาศรี นายอำเภอนามน จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นายประวิทย์ชัย สลางสิงห์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง สมาชิก อส. กำนันตำบลหนองบัว และผู้นำชุมชน ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัว นางเพิ่มพูน วงศ์สีดา อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 161 หมู่ 4 ต.คำบง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ พร้อมของกลางยาบ้า 20,144 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง รถ จยย. 1 คัน และหมวกนิรภัย 1 ใบ หลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอนามน และสมาชิก อส. จับตัวได้ขณะออกปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย
น.ส.อ้อมอารีย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอำเภอนามน นำโดย นายประวิทย์ชัย สลางสิงห์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง สมาชิก อส. กำนันตำบลหนองบัว และผู้นำชุมชน ร่วมกันออกปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในงานกฐิน ที่วัดป่าหนองบัว หมู่ 7 ต.หนองบัว อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ และลาดตระเวนรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ เพื่อป้องกันการทะเลาะวิวาทของวัยรุ่น และป้องกันปัญหายาเสพติดในพื้นที่ กระทั่งช่วงเวลา 04.00 น. วันที่ 30 ต.ค. เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางกลับมายังที่ว่าการอำเภอนามน เมื่อถึงถนนหน้า อบต.หลักเหลี่ยม ได้สังเกตเห็นชายไทยใส่เสื้อแขนยาวสีดำ ใส่หมวกนิรภัยสีดำ-เขียว ขับขี่รถ จยย.ยามาฮ่า อาร์ 15 สีดำ-แดง มีหญิงสาวสวมเสื้อยีนแขนยาว นุ่งกางเกงยีน นั่งซ้อนท้าย โดยทั้ง 2 คนท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงปรับไฟสูงส่องใส่รถคันดังกล่าว ซึ่งเมื่อเห็นรถยนต์เจ้าหน้าที่ ทั้ง 2 คนตกใจ และชายคนขี่เร่งเครื่องหลบหนีอย่างรวดเร็วไปตามถนนสาย ต.หลักเหลี่ยม มุ่งหน้าไปบ้านดอนสวรรค์ โดยได้เลี้ยวซ้ายเข้าไปตามถนนโรงเรียนนามนพิทยาคม เจ้าหน้าที่จึงขับรถตามอย่างกระชั้นชิด

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุรถ จยย.ของคนร้ายได้ล้มลง เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวหญิงสาวที่นั่งซ้อนท้ายมาด้วย ทราบชื่อต่อมาคือ นางเพิ่มพูน ส่วนคนขี่ได้ทิ้งรถและหญิงสาววิ่งหลบหนีเข้าไปที่ไร่อ้อย ซึ่งจากการตรวจสอบ นางเพิ่มพูนมีอาการหน้าซีด ตกใจ ลุกลี้ลุกลน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขอให้แสดงความบริสุทธิ์ใจและได้รับความยินยอมจากผู้ต้องหา โดยได้ค้นบริเวณที่เกิดเหตุ และผู้ต้องหานั่งดูการตรวจค้นปรากฏว่าพบ กระเป๋าสะพายหลังสีดำ 3 ใบ อยู่ข้างลำตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่เปิดกระเป๋าดังกล่าวออกต่อหน้าปรากฏว่าพบยาบ้าทั้งหมดรวม 20,144 เม็ด

สอบถามนางเพิ่มพูน ให้การอ้างว่า ก่อนถูกจับกุม ตนและนายจำรัส ซึ่งเพิ่งรู้จักกันเมื่อคืน และเพิ่งกลับมาจากเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง กระทั่งนั่งซ้อนท้ายรถ จยย.มาด้วย มาถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้จับกุม ส่วนยาบ้าทั้งหมดเป็นของนายจำรัส อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ลาดตระเวนบริเวณป่าอ้อยใกล้ที่เกิดเหตุ พบหมวกนิรภัยสีดำ ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 20 เมตร คาดว่าเป็นหมวกนิรภัยของนายจำรัส จึงตรวจยึดเป็นของกลาง จากนั้นควบคุมตัวนางเพิ่มพูน ไปตรวจปัสสาวะ ไม่พบสารเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ในร่างกาย แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อกับคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด เพราะมีพิรุธหลายอย่าง คาดว่าจะเป็นการนำยาบ้ามาส่งให้กับเครือข่ายในพื้นที่ โดยอาศัยจังหวะช่วงเช้ามืด แต่มาเจอเจ้าหน้าที่ก่อน
เบื้องต้นได้แจ้งกล่าวหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” และได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.นามน พร้อมเร่งติดตามตัวชายที่หลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



