สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ว่า สำนักข่าวกลางเกาหลี ( เคซีเอ็นเอ ) รายงานว่า สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีและบริเวณใกล้เคียงเข้าสู่ระดับความเสี่ยงสูง ของการเผชิญหน้าอีกครั้งระหว่าง “อำนาจต่ออำนาจ” เนื่องจาก “ความเคลื่อนไหวทางทหารที่เกิดขึ้นอย่างไม่รู้จักจบสิ้นและประมาทเลินเล่อ” ของสหรัฐกับเกาหลีใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐ ซึ่งหากยังคงดำเนินการเช่นนี้ต่อไป รัฐบาลเปียงยางไม่ลังเลที่จะตอบโต้ “อย่างจริงจัง”
แถลงการณ์ดังกล่าวของรัฐบาลเปียงยางได้รับการเผยแพร่ออกมา เพียงไม่นานหลังกองทัพอากาศของสหรัฐและเกาหลีใต้เปิดฉากภารกิจซ้อมรบทางอากาศ ภายใต้รหัสปฏิบัติการ “วิจจะเลินท์ สตอร์ม” ( Vigilant Storm ) โดยกองทัพอากาศของทั้งสองประเทศส่งเครื่องบินรบเข้าร่วมการฝึกซ้อมรวมกันประมาณ 240 ลำ รวมถึงเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 คาดว่าจะมีการบินประมาณ 1,600 เที่ยว ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา จนถึงวันศุกร์ที่ 4 พ.ย.นี้
S. Korea's top military officer checks Air Force's combat readiness as it kicks off aerial drill with U.S.#Joint_Chiefs_of_Staff #KimSeungkyum #Arirang_News pic.twitter.com/k9eCrr82ub
— Arirang News (@arirangtvnews) October 31, 2022
ขณะที่เมื่อปลายเดือนที่แล้ว กองทัพสหรัฐและเกาหลีใต้ปิดฉากการซ้อมรบ ภายใต้รหัสปฏิบัติการ “โฮกุ๊ก” ที่ยาวนาน 1 สัปดาห์ เพื่อส่งเสริมความพร้อมและยกระดับขีดความสามารถทางทหารของทั้งสองประเทศ ในการรับมือและตอบสนองต่อ “ภัยคุกคาม” จากการทดสอบขีปนาวุธและระเบิดนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ
อนึ่ง สำนักข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ คาดการณ์กรอบระยะเวลาไว้ระหว่างวันที่ 16 ต.ค.-7 พ.ย. ที่จะถึง ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 7 และเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ของรัฐบาลเปียงยาง.
เครดิตภาพ : REUTERS


