สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ว่า นายจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในช่วงหนึ่งของการแถลงประจำวันพฤหัสบดี เกี่ยวกับการที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ “แสดงความเคลือบแคลงสงสัย” ต่อการที่รัฐบาลเยอรมนีมีมติเมื่อปลายเดือนที่แล้ว อนุมัติให้บริษัทคอสโกของจีน ครองสัดส่วนการถือหุ้น 24.9% ของท่าเทียบเรือบรรทุกสินค้า 1 ใน 3 แห่งของท่าเรือฮัมบัวร์ก ว่ารัฐบาลวอชิงตัน “ไม่มีสิทธิแทรกแซง” ความร่วมมือระดับทวิภาคีระหว่างเยอรมนีกับจีน


อนึ่ง นายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี มีกำหนดเยือนกรุงปักกิ่ง ในวันศุกร์ที่ 3 พ.ย. นี้ และจะเข้าพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่งด้วย


อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการถือหุ้นของคอสโกในท่าเรือฮัมบัวร์ก ซึ่งเป็นท่าเรือใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ทางเหนือของเยอรมนี และอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทท่าเรือและโลจิสติกส์ฮัมบัวร์ก (เอชเอชแอลเอ) น้อยกว่าที่คอสโกคาดหวังไว้คราวแรก นั่นคือ 35% ซึ่งหากได้ตามนั้น เท่ากับว่า คอสโกจะมีส่วนร่วมกับการตัดสินใจด้านการบริหาร และการดำเนินงานเชิงยุทธศาสตร์ของท่าเทียบเรือ


ด้านที่ประชุมสุดยอดผู้นำ 27 ประเทศสหภาพยุโรป (อียู) มีมติเมื่อปลายเดือนที่แล้ว “ร่วมกันแสดงความวิตกกังวล” ต่อการที่โครงสร้างทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของอียู ยังคงต้องพึ่งพาจีน ประเทศซึ่งได้รับการยกระดับเป็นหุ้นส่วนกับอียู เมื่อปี 2562


นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) กล่าวว่า สงครามในยูเครนที่ยืดเยื้อ เป็นบทเรียนสำคัญของสหภาพ เกี่ยวกับการพึ่งพิงรัสเซียมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านพลังงาน จึงจำเป็นต้องมีการถอดบทเรียนอย่างละเอียดและรอบคอบ เพื่อเตรียมการในกรณีเกิดภาวะแบบเดียวกัน ในความสัมพันธ์ระหว่างยุโรปกับจีน ที่ยังคงนำเข้าเทคโนโลยีและวัตถุดิบจากอีกฝ่ายในระดับสูง.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES