สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองมึนสเตอร์ ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่ง หรือ “จี7” ซึ่งสมาชิกประกอบด้วย สหรัฐ สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี แคนาดา และญี่ปุ่น ตลอดจนสหภาพยุโรป (อียู) เผยแพร่แถลงการณ์ร่วม หลังเสร็จสิ้นการประชุมที่เมืองมึนสเตอร์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เรียกร้องจีนหลีกเลี่ยง “การคุกคาม การใช้อำนาจบาตรใหญ่ การข่มขู่ และการใช้กำลัง”


อย่างไรก็ตาม เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุว่า ความร่วมมือระหว่างจีนกับกลุ่มจี7 ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการสาธารณสุขระหว่างประเทศ และการต่อสู้กับความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก “ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่ง” ตลอดจนจี7 “มีความวิตกกังวล” ต่อสถานการณ์ในทะเลจีนใต้และช่องแคบไต้หวัน


ขณะที่นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเสริมว่า พฤติการณ์ของจีนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีผลกระทบอย่างหนักต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของสมาชิกจี7


ทั้งนี้ การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศจี7 เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี เยือนกรุงปักกิ่ง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยมีการพบหารือกับทั้งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ในหลายประเด็น รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ


ด้านหนังสือพิมพ์ “ซันเคอิ” ของญี่ปุ่น รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว ว่า รัฐบาลโตเกียวและรัฐบาลปักกิ่ง เตรียมจัดการพบหารือระหว่างผู้นำจีน กับนายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ผู้นำญี่ปุ่น นอกรอบการประชุมช่วงกลางเดือนนี้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่า จะเป็นการประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ “จี20” ที่เกาะบาหลี หรือการประชุมกลุ่มความร่วมมือเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่กรุงเทพมหานคร.

เครดิตภาพ : REUTERS