เป็นที่ทราบกันว่า พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นที่เคารพศรัทธาของปวงชนชาวไทยทั่วไป เมื่อปี 2540 กลุ่มผู้ที่เคารพศรัทธาได้รวมตัวกันก่อตั้งมูลนิธิเพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านผู้ทรงคุณูปการแห่งกองทัพเรือและปวงชนชาวไทย ชื่อ “มูลนิธิสรรพราเชนทร์” ความหมายตามภาษาบาลีคือ “ขุมทรัพย์ของพระราชาทั้งปวง” จดทะเบียนตั้งเป็นมูลนิธิ วันที่ 4 เมษายน 2549 สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 146/3 หมู่ 3 ซอยสวนแก้วอุทยาน ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม มี นายกรกฎ สุริยะสังกาศ เป็นประธานกรรมการมูลนิธิฯ ดำเนินการบำเพ็ญงานสาธารณประโยชน์ต่างๆ เช่นงานด้านการศึกษาและพระศาสนา งานด้านสังคมสงเคราะห์ งานสาธารณประโยชน์ มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่เรียนดี ประพฤติดีแต่ครอบครัวมีฐานะยากจนมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้พัฒนาขยายงานด้านสาธารณกุศลกู้ชีพกู้ภัยจึงได้จัดตั้งหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสรรพราเชนทร์ (สมุทรสงคราม) ขึ้นอีกด้วย


นายกรกฏ กล่าวว่า ย้อนไปเมื่อปี 2548 มูลนิธิสรรพราเชนทร์ ได้รับมอบที่ดินบริเวณริมคลองท่าผา-บางแก้ว บ้านหนองขาหยั่ง ต.สนามจันทร์ อ.เมือง จ.นครปฐม จากพลเรือเอกโกมุท และนางชนิดา กมลนาวิน จำนวน 1 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่บรรพบุรุษ และพลเรือโทพระยาราชวังสัน (ศรี กมลนาวิน) ศิษย์รุ่นแรกของเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์เพื่อก่อสร้างพระวิหารสำหรับประดิษฐานพระรูปพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื้อโลหะผสมสำริด ขนาดความสูง 3.90 เมตร ซึ่งทางมูลนิธิฯได้รับมอบไว้ต่อมามูลนิธิฯได้ประกอบพิธีอัญเชิญพระรูปขึ้นประดิษฐานบนแท่นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม 2548 และยังได้ก่อสร้างพระวิหารฯ เป็นลักษณะอาคาร 2 ชั้นครอบพระรูปฯ โดยนาย กรกฎ สุริยะสังกาศ ประธานมูลนิธิฯ เป็นผู้ออกแบบ รูปทรงจัตุรมุขประดับกระจกทั้งหลัง มีลักษณะตามสถาปัตยกรรมและคติความเชื่อในคัมภีร์ไตรภูมิกถา อันมีตัวปราสาทจัตุรมุขเป็นประธานที่เปรียบประดุจเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นศูนย์กลางจักรวาลที่สถิตของเหล่าเทพเจ้าผู้เป็นใหญ่ในสรวงสวรรค์ หน้าบันด้านมุขตะวันออก และมุขตะวันตก งานปูนปั้นเป็นรูปพระอาทิตย์ประทับนั่งในบุษบกบนราชรถเทียมราชสีห์ ตามความเชื่อที่ว่าพระอาทิตย์เป็นผู้ให้แสงสว่างแก่โลกในเวลากลางวัน สวมเทริดทรงน้ำเต้ากลม พระหัตถ์ซ้ายถือดอกบัวบาน หมายถึงการห้ามอุปัทวันตรายทั้งปวง ส่วนพระหัตถ์ขวาถือดอกบัวตูมหมายถึงการอำนวยพร อีกด้านสลักเป็นรูปพระจันทร์ประทับนั่งในบุษบกบนราชรถเทียมม้า ตามความเชื่อว่า พระจันทร์เป็นเทพเจ้าผู้ให้แสงสว่างแก่โลกในเวลากลางคืน สวมเทริดทรงน้ำเต้ากลม พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์ การสลักหน้าบันเป็นรูปพระอาทิตย์และพระจันทร์มีความหมายว่าพระอาทิตย์และพระจันทร์เวียนรอบเขาพระสุเมรุ ส่วนหน้าบันด้านมุขหน้าพระวิหารนั้น ปั้นเป็นรูปพระพรหม ประทับอยู่เหนือบัลลังก์หงส์ มุขด้านหลังพระวิหารปั้นเป็นรูปพระอิศวรทรงโคอุศุภราช ส่วนยอดบนสุดของปราสาท ปั้นเป็นรูปครุฑแบกยอดมณฑป อันหมายถึงพระนารายณ์ ซึ่งมีครุฑเป็นราชพาหนะ ซุ้มประตูทางเข้าพระวิหารชั้นบนจำหลักเป็นรูปพระนางลักษมีเทวี เล่าเรื่องตอน “สมโภชพระลักษมี” อันหมายถึงผู้ที่ลอดผ่านซุ้มประตูนี้เข้าไปด้านในพระวิหารฯ จะบังเกิดความบริสุทธิ์นั่นเองภายในพระวิหารชั้นบน ประดิษฐานพระรูปของเสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นประธานของตัวปราสาท บริเวณฐานชุกชี ปั้นเป็นรูปสิงห์แบกแท่น อันหมายถึงสัตว์ประจำชนมวารของพระองค์ท่านคือวันอาทิตย์ มีซุ้มจร 9 ซุ้ม สำหรับประดิษฐานพระชัยวัฒน์ประจำมูลนิธิฯ อันศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 9 องค์ บานประตูและหน้าต่างเขียนลายรดน้ำเล่าถึงเรื่องนารายณ์อวตารทั้ง 10 ปาง ฉะนั้นผู้ใดที่ได้เดินขึ้นสู่พระวิหารฯหลังนี้ เปรียบประดุจกำลังย่างก้าวเข้าสู่ยุคทองและได้เดินทางเข้าใกล้พระผู้เป็นเจ้า สู่สถานที่อันทรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งเมื่อได้เข้าไปนั่งสักการะขอพรภายในพระวิหารฯ ย่อมเสมือนได้เข้าไปสู่ใจกลางเขาพระสุเมรุ จักเป็นมงคลกับชีวิตอย่างยิ่ง


ต่อมาปี 2565 พระครูโสภิตวิริยาภรณ์ (หลวงพ่ออิฏฐ์) เจ้าคณะอำเภออัมพวา เจ้าอาวาสวัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม ซึ่งได้เมตตาอุปถัมป์มูลนิธิสรรพราเชนทร์มาโดยตลอด และเห็นถึงความตั้งใจจริงในการช่วยเหลือสังคมของมูลนิธิสรรพราเชนทร์ ล่าสุดท่านได้เมตตาเป็นประธานจัดสร้างองค์ท้าวเวสสุวรรณจตุมหาราชิกา พระพักต์ยักษ์ ขนาดความสูง 5 เมตร ใหญ่ที่สุดใน จ.นครปฐม เป็นองค์ประธาน 1 องค์ ด้านซ้ายมีพระพักต์ยักษ์สูง 3.5 เมตร 1 องค์ ด้านขวามีหน้าเทพสูง 3.5 เมตร 1 องค์ ปัจจุบันสร้างเสร็จแล้ว และเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2565 พระครูโสภิตวิริยาภรณ์ ได้เป็นประธานประกอบพิธีอัญเชิญท้าวเวสสุวรรณโณ จตุมหาราชิกา ประดิษฐาน ณ อุทยานท้าวเวสสุวรรณโณ พระวิหารเทวสถิตย์ มูลนิธิสรรพราเชนทร์ ต.สนามจันทร์ อ.เมืองฯ จ.นครปฐม เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางในการสักการะท้าวเวสสุวรรณโณ จตุมหาราชิกา ของชาว จ.นครปฐมและใกล้เคียงจึงขอเชิญนักท่องเที่ยวสายมูเตลู สักการะท้าวเวสสุวรรณโณ จตุมหาราชิกา องค์ใหญ่ที่จุดใน จ.นครปฐม ได้ทุกวันระหว่างเวลา 06.00-21.00 น. และร่วมกิจกรรมแชะแชร์เช็กอิน กติกาง่ายๆ เพียง 1.กดไลค์ เพจพระวิหารเทวสถิตย์ มูลนิธิสรรพราเชนทร์ 2.ถ่ายรูปคู่กับองค์ท้าวเวสสุวรรณโณ ณ อุทยานท้าวเวสสุรรณโณ พระวิหารเทวสถิตย์ 3.โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมเปิดโพสต์เป็นสาธารณะฯ, ทำครบกติการับฟรีเหรียญปรกใบมะขามท้าวเวสสุวรรณโณ วัดจุฬามณี ไปบูชาฟรีจำกัด 1 คนต่อ 1 สิทธิ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าเหรียญจะหมด สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-3414-9014 ทุกวัน.



