สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 14 พ.ย. เกี่ยวกับการที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ “มีความวิตกกังวล” เกี่ยวกับ “กิจกรรมของจีน” ที่มีต่อฐานทัพเรือเรียมของกัมพูชา ระหว่างพบหารือกับสมเด็จฮุน เซน นอกรอบการประชุมสุดยอด สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ที่กรุงพนมเปญ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น
นางเหมา หนิง โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงเรื่องนี้ ระหว่างการแถลงประจำวันจันทร์ ว่าความร่วมมือระหว่างจีนกับกัมพูชาในเรื่องดังกล่าว “เป็นการแลกเปลี่ยนตามปกติ”


ขณะที่ก่อนหน้านั้น กระทรวงการต่างประเทศจีนเคยชี้แจงครั้งหนึ่งว่า โครงการพัฒนาฐานทัพเรือเรียม เป็นกิจการภายในของรัฐบาลพนมเปญ ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพทางทหารของกัมพูชาเท่านั้น ในการปกป้องอธิปไตยทางทะเล และป้องปรามอาชญากรรมจากการเดินเรือ รายงานทั้งหมดของสื่อตะวันตกเป็นเพียงการคาดเดาอย่างไร้สาระ เพื่อใส่ร้ายป้ายสีกัมพูชาเท่านั้น


อนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้ นายหวัง เหวินเทียน เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงพนมเปญ กล่าวว่า ความร่วมมือทางทหารระหว่างทั้งสองประเทศ “เป็นรากฐานอันแข็งแกร่ง” ของการเป็นพันธมิตรระดับทวิภาคี เพื่อผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมของชาวจีนและชาวกัมพูชา


ด้านสมเด็จฮุน เซน และรัฐบาลพนมเปญ ยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม เกี่ยวกับฐานทัพเรือเรียม ตั้งอยู่ในจังหวัดพระสีหนุ หรือสีหนุวิลล์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชา ติดกับอ่าวไทย โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลพนมเปญของสมเด็จฮุน เซน ยืนกรานมาตลอด ว่ารัฐธรรมนูญของกัมพูชาระบุชัดเจน ห้ามประเทศใดก็ตามเข้ามาประจำการทหารและสรรพาวุธ


ทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐบาลวอชิงตันจับตาความเคลื่อนไหวที่ฐานทัพเรือเรียมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2562 ตามรายงานขอสื่อสหรัฐหลายสำนัก ที่ระบุว่า จีนและกัมพูชาทำสัญญากัน อนุญาตให้จีนใช้ฐานทัพในระยะแรกได้นานถึง 30 ปี ก่อนมีการพิจารณาขยายระยะเวลาทุก 10 ปี โดยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ( พีแอลเอ ) สามารถนำสินทรัพย์ทางทหาร ที่รวมถึงเรือรบและกำลังพลไม่จำกัดจำนวน เข้ามาติดตั้งและประจำการที่ฐานทัพเรือเรียม.

เครดิตภาพ : REUTERS