เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ฮูเซน อัล มูซัลลาม ผู้อำนวยการสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) และ นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ร่วมเป็นประธานประชุมการเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์และมาเชียลอาร์ตเกมส์ ครั้งที่ 6 ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ จากนั้นคณะทั้งหมด ได้ออกสำรวจสถานที่และสนามที่จะใช้จัดการแข่งขัน ประกอบด้วย ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น), อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก, ศูนย์ประสานงานจัดการแข่งขันเอเชี่ยนอินดอร์และมาเชียลอาร์ตเกมส์ ครั้งที่ 6

นายชัยภักดิ์ กล่าวว่า การประชุมและสำรวจสนามในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ มีแกนนำจากแต่ละประเทศมาร่วมหารือในรายละเอียด ซึ่งเราได้ตั้งทีมงานทั้งหมด 7 แผนก เพื่อดำเนินการจัดการแข่งขัน นอกจากนี้ยังมี เจ้าหญิงจากซาอุดีอาระเบีย รีมา บันดาร์ อัล ซาอุ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี เมมเบอร์) มาร่วมสังเกตุการณ์ด้วย เนื่องจาก ซาอุดิอาระเบีย จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งต่อไปในปี 2025

“บิ๊กแนต” เผยต่อว่า ศึกเอเชี่ยนอินดอร์และมาเชียลอาร์ตเกมส์ 2023 จะจัดทั้งหมด 35 ชนิดกีฬา กับอีก 2 กีฬาสาธิต โดย โอซีเอ จะส่งเจ้าหน้าที่มาประจำการที่ไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.66 จนถึงช่วงแข่งขันวันที่ 16-26 พ.ย.66 เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยต่างๆ ทั้งนี้ในที่ประชุมยังชื่นชมทีมงานของไทย ที่สามารถตอบคำถามคลายข้อสงสัย รวมถึงให้ข้อมูลทุกอย่างได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งไทย จะเริ่มจัดตั้งสำนักงานจัดการแข่งขันในช่วงเดือน ม.ค.ปีหน้า โดยจะมี 2 แห่งที่กรุงเทพฯ และเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

“โอซีเอ ชื่นชมไทยมาก แต่ก็ยังเป็นห่วงเรื่องการถ่ายทอดสด ด้านความคมชัด ที่จะเผยแพร่ไปยังแต่ละประเทศ รวมถึงเรื่องการเดินทางเข้าเมือง ซึ่งจะมีพิธีเปิดและปิด ที่สนามอินดอร์สเตเดียม เนื่องจากมีจำนวนคนที่คาดว่าจะเข้าร่วมถึง 7-8 พันคน มากพอๆ กับศึกซีเกมส์ เลยทีเดียว จากการที่เราจัดถึง 35 ชนิดกีฬา 2 กีฬาสาธิต ซึ่งครั้งนี้ยังมีกีฬายอดนิยมอย่างวอลเลย์บอล และยกน้ำหนัก ได้ไฟเขียวบรรจุเป็นครั้งแรกอีกด้วย ขณะที่ ฟุตซอล โอซีเอ ก็ขอให้เพิ่มจำนวนเป็น 16 ทีม อีกด้วย” นายชัยภักดิ์ กล่าว.