เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า จากกรณีมีนักศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชนแห่งหนึ่งย่านมีนบุรีก่อเหตุทำร้ายกัน ซึ่งผู้ปกครองของวัยรุ่น 3 คนที่ถูกนักเรียนช่างกลของสถานศึกษาเอกชนย่านมีนบุรีอุ้มไปกักขังภายในบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ในซอยรามคำแหง 63 และต่อมาได้เข้าร้องเรียนกับนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคมเพื่อขอให้ช่วยติดตามคดี หลังผู้เสียหายทั้ง 3 ราย ซึ่งเป็นบุตรชายถูกรุมทำร้ายใช้ปืนกล ปืนไทยประดิษฐ์ ปืนลูกโม่ บังคับให้อมนกเขาโดยมีแฟนสาวลูกชายเจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นดาว TikTok ชื่อดัง ใช้ไฟแช็กลนขนเพชรและอวัยวะเพศนั้น เรื่องนี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว และมีความห่วงใยและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยศูนย์ความปลอดภัย (ศป.สอศ.) ลงพื้นที่ประสานผู้บริหารสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องทั้งสองแห่งและผู้กำกับ สน.หัวหมาก ซึ่งตนได้สั่งการด่วนให้ นายทวีศักดิ์ คิ้วทอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี ประธานกรรมการอาชีวศึกษากรุงเทพ ทำหน้าที่ ผอ.ศูนย์ความปลอดภัยของ สอศ. ร่วมกับ ดร.ก้านทิพย์ ชาติวงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักบริหารการอาชีวศึกษาเอกชน ลงพื้นที่ไปประชุมร่วมกับสถานศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและร่วมหาแนวทางเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด่วน พร้อมให้ทางสถานศึกษาดำเนินการตามระเบียบ กฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่ให้ปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นมาอีก

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ ตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่งก็ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยการจัดตั้งศูนย์ความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (ศป.สอศ.) ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงาน มีการประชุมร่วมกับทาง พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และภาคีครือข่ายเพื่อกำหนดมาตรการร่วมกันป้องกันและแก้ปัญหา และได้สั่งการให้สถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามมาตรการดูแลความปลอดภัยสถานศึกษาอย่างเคร่งครัด ให้สถานศึกษาทุกแห่งต้องเป็นเขตปลอดอาวุธปืน อาวุธอื่นๆทุกชนิด ปลอดยาเสพติดอย่างเด็ดขาด และห้ามบุคคลแปลกหน้าเข้ามาในสถานศึกษา ให้จัดระบบดูแลนักเรียนนักศึกษา ประสานกับผู้ปกครอง ตำรวจโรงเรียน สอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ให้มีการจัดกิจกรรมรับน้องโดยเด็ดขาด และให้ตรวจสอบแหล่งมั่วสุม เฝ้าระวังทางโซเชียลมีเดีย และกำชับทุกสถานศึกษา ต้องทำประวัตินักเรียนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมถึงช่วยเยียวยาดูแลผู้เสียหาย ช่วยเหลือผู้ปกครองทันท่วงที ให้สถานศึกษาทุกแห่งต้องเป็นสถานศึกษาแห่งความปลอดภัยให้ได้โดยเร็วที่สุด.



