สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ว่า สหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) เผยแพร่รายงานคาดการณ์จำนวนประชากรโลกเพิ่มสู่ระดับ 8,000 ล้านคน ในวันที่ 15 พ.ย. โดย นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ยกย่องให้เป็น “ก้าวย่างสำคัญ” ของความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของมนุษยชาติ และความก้าวหน้าของระบบสาธารณสุข ซึ่งสามารถลดอัตราการเสียชีวิตของมารดาและบุตรได้อย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้ สถิติของยูเอ็นเมื่อปี 2562 ระบุอายุคาดเฉลี่ยของมนุษย์อยู่ที่ 72.8 ปี เพิ่มขึ้นเกือบ 9 ปี นับตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นมา และยูเอ็นคาดการณ์อายุคาดเฉลี่ยของมนุษย์จะเพิ่มขึ้นอีกเป็น 77.2 ปี ภายในปี 2593


อนึ่ง ประชากรโลกเพิ่มจำนวนมากขึ้นสองเท่า ตลอดระยะเวลา 5 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยสถิติของสหประชาชาติระบุว่า จำนวนประชากรโลกเพิ่มขึ้นผ่านหลัก 4,000 ล้านคน เมื่อปี 2517 และเพิ่มเป็น 7,000 ล้านคน เมื่อปี 2554 เท่ากับว่า มนุษยชาติใช้เวลาเพียง 1 ทศวรรษเท่านั้น ในการเพิ่มจำนวนประชากรบนโลกอีก 1,000 ล้านคน โดยเอเชียและแอฟริกาเป็นภูมิภาค ซึ่งมีอัตราการเติบโตของประชากรสูงสุดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สวนทางกับยุโรปซึ่งมีแนวโน้มเป็นขาลง


ขณะเดียวกัน ยูเอ็นคาดการณ์จำนวนประชากรอินเดียจะแซงหน้าจีน กลายเป็นประเทศซึ่งมีประชากรมากที่สุดในโลกแห่งใหม่ภายในปีหน้า เนื่องจากจีนกำลังเผชิญกับวิกฤติอัตราการเกิดต่ำ และภาวะสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้มีการวิเคราะห์ว่า “เป็นไปได้ยากมากขึ้น” ที่ประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นอีก 1,000 ล้านคน ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปี โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 2563 อัตราการเกิดของมนุษย์ลดต่ำกว่า 1% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2496


ส่วนอัตราการเจริญพันธุ์อยู่ที่เฉลี่ยเพียง 2.3 ต่อผู้หญิง 1 คนเท่านั้นในปัจจุบัน ลดลงมากกว่าครึ่ง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5.0 ต่อผู้หญิง 1 คน เมื่อปี 2493.

เครดิตภาพ : REUTERS