เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 17 พ.ย. ที่ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) กทม. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากวานนี้ มายด์-ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หนึ่งในแกนนำราษฎรหยุด APEC 2022 ได้ยืนยันปราศรัย 3 ข้อเรียกร้องเป็นระยะเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 16-18 พ.ย.65 และในช่วงเช้าวันที่ 18 พ.ย. จะมีการตั้งขบวนที่ลานคนเมืองเพื่อเคลื่อนมวลชนไปยื่นข้อเสนอดังกล่าวใกล้กับเวทีการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าผู้สื่อข่าวรายงานว่า กอล์ฟ-พชร คำชำนาญ นักกิจกรรมด้านสิทธิการจัดการทรัพยากรของชุมชนและชาติพันธุ์ จากมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ กล่าวปราศรัยว่า นโยบายบีซีจี ความเป็นกลางทางคาร์บอน คาร์บอนเครดิต ที่ออกมาจากปากของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยากให้ลองมองกลับมาที่ขณะที่พวกเขาพูดถึงเรื่องความเป็นกลางทางคาร์บอน แต่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอมก๋อยถูกยกให้กับบริษัทเเห่งหนึ่งเพื่อทำเหมืองบนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำชั้น 1 เอ และป่าสงวนแห่งชาติที่มวกเหล็ก จำนวนกว่า 3,000 ไร่ ถูกสัมปทาน 30 ปี โดยบริษัทเหมืองปูนเมื่อปี พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติที่อุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งเช่นเดียวกัน

กอล์ฟ-พชร ยังกล่าวอีกว่าไม่นานนี้ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งได้สัมปทานทำธุรกิจปิโตรเลียมในป่าสงวนแห่งชาติชั้นหนึ่งเอเหมือนกัน ที่ จ.กำแพงเพชร ส่วนอุโมงค์ผันน้ำยวม ก็กำลังจะเกิดขึ้นจากการร่วมมือกับทุนจีน ด้วยงบประมาณ 6,000-7,000 กว่าล้านบาท ซึ่งจะกระทบกับพื้นที่กับอุทยานแห่งชาติ 1 แห่ง และป่าสงวนแห่งชาติ 6 แห่งรวมทั้งมรดกโลก อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ชาวไทยบางส่วนมีความภูมิใจซึ่งได้มาจากการไปไล่ที่ของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ กำลังจะกลายเป็นอ่างเก็บน้ำ
เรื่องพวกนี้มีนายวราวุธและคณะรัฐมนตรีทั้งหมดอยู่เบื้องหลังเพราะออกมาเป็นมติคณะรัฐมนตรี ดังนั้น คำถามคือว่าเรื่องพวกนี้มันออกมาในขณะที่พวกเขามือถือสากปากถือศีล อยากจะเปลี่ยนแปลง อยากจะสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน แต่กลับให้ใบอนุญาต ใบเบิกทางให้กับบริษัทพวกนี้ในการทำโครงการขนาดใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร เพราะว่าสุดท้ายประชาชนไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรและมลพิษยังเพิ่มขึ้น
กอล์ฟ-พชร ปราศรัยทิ้งท้ายว่า นายวราวุธไม่มีสิทธิ ไม่มีความชอบธรรมที่จะมาสอนให้ใครพอเพียง เพราะนายทุนพวกนี้ไม่มีความพอเพียง และกระทรวงทรัพยากรฯ ก็ปกครองที่ดินในประเทศไทยแทบจะครึ่งหนึ่งของประเทศ ดังนั้นคุณไม่มีสิทธิมาสั่งสอนให้ใครพอเพียง เพราะคุณกำลังเปิดให้นายทุนทั้งไทยและต่างชาติ กินป่ากินทรัพยากรในประเทศของคนไทยอย่างมูมมามตะกละตะกลามโดยที่คุณไม่เคยไปสั่งสอนให้พวกนายทุนพอเพียง สุดท้ายแล้วสังคมไทยจะไม่ได้อะไรจากการประชุมเอเปคที่มี พล.อ.ประยุทธ์ และนายวราวุธอยู่เบื้องหลัง ทั้งนโยบายบีซีจีและการค้าคาร์บอนเครดิต ทั้งหมดล้วนเป็นเป้าหมายที่หลอกลวงเลื่อนลอย และประชาชนอย่างพวกเรากำลังจะตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาลเผด็จการที่กำลังจะมากระทำย่ำยีกับพี่น้องในประเทศในสังคมร่วมกันเอง เราจึงไม่ควรที่จะให้นโยบายพวกนี้ผ่านไปได้.



