สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และนายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ผู้นำญี่ปุ่น พบหารือระดับทวิภาคี นอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำ กลุ่มความร่วมมือเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ( เอเปค ) ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
การพบกันดังกล่าวระหว่างสีกับคิชิดะ นับเป็นการพบหารือกันอย่างเป็นทางการครั้งแรก ตั้งแต่คิชิดะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว และถือเป็นการประชุมร่วมระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศ เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี
【岸田首相と習近平国家主席 対面での会談始まる】
— NHKニュース (@nhk_news) November 17, 2022
午後8時46分、日中両国の首脳は笑顔で握手を交わしました。その後、対面ではおよそ3年ぶりとなる日中首脳会談が始まりました。https://t.co/rkUGpi9i0y#nhk_video pic.twitter.com/RTfnFCpHJy
ด้านสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน ( ซีซีทีวี ) รายงานว่า สีกล่าวกับคิชิดะในตอนหนึ่ง ว่าจีนกับญี่ปุ่น “ต้องส่งเสริมความเชื่อมั่นระดับทวิภาคีให้มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น” ร่วมด้วยการขยายขอบเขตความร่วมมือและการบูรณาการระดับภูมิภาค ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองประเทศต้องร่วมมือกันต่อต้าน “ความขัดแย้งและการเผชิญหน้า”

ขณะที่ คิชิดะ กล่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุม ซึ่งใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วโมงตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวว่า ญี่ปุ่นเน้นย้ำความสำคัญของสันติภาพและความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน นอกจากนี้ ผู้นำญี่ปุ่นกล่าวถึง “ความวิตกกังวล” ของรัฐบาลโตเกียว ที่มีต่อสถานการณ์ในทะเลจีนตะวันออก โดยเฉพาะหมู่เกาะพิพาทระหว่างสองประเทศ คือ เซนกากุ หรือเตียวหยู และกิจกรรมทางทหารของจีนในบริเวณนั้น
แม้ผู้นำญี่ปุ่นปฏิเสธกล่าวว่า ผู้นำจีนตอบว่าอย่างไร ทว่ายืนยันการเปิดกว้างช่องทางการติดต่อทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ตาม ซีซีทีวีรายงานในประเด็นนี้ด้วยว่า จีนไม่มีทางแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น และไม่มีทางยอมรับหากประเทศใดก็ตาม พยายามแทรกแซงกิจการภายในของจีน ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม.
เครดิตภาพ : REUTERS



