สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ว่า นางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวนอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำ กลุ่มความร่วมมือเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ( เอเปค ) ที่กรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับการที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ เมื่อช่วงเช้าของวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น และมีความเป็นไปได้สูงมากว่า จะเป็นขีปนาวุธข้ามทวีป ( ไอซีบีเอ็ม ) ว่ารัฐบาลเปียงยางยังคงกระทำการบ่อนทำลายความมั่นคงในภูมิภาค และยกระดับความตึงเครียดของสถานการณ์
US Vice President Kamala Harris condemns North Korea's missile launches as "unnecessarily destabilizing" to the region and affirms the US's "ironclad" commitment to allies https://t.co/CD0NTNNdyE pic.twitter.com/K0ocltQhQG
— Bloomberg TV (@BloombergTV) November 18, 2022
WATCH: US Vice President Kamala Harris convenes a meeting with Canada, Japan, South Korea, New Zealand and Australia to condemn North Korea's missile launches https://t.co/CD0NTNNLoc pic.twitter.com/DXz4mzazMP
— Bloomberg TV (@BloombergTV) November 18, 2022
สหรัฐประณามเหตุการณ์ดังกล่าวในระดับสูงสุด พร้อมทั้งขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปียงยางยุติการกระทำดังกล่าว ขณะที่ นายฮัน ด็อก-ซู นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ และ นายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ผู้นำญี่ปุ่น ซึ่งเข้าร่วมการประชุมเอเปค ที่กรุงเทพมหานครด้วย ร่วมประณามการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือเช่นกัน และกล่าวเสริมว่า เป็นความถี่ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ทั้งนี้ การยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น โดยขีปนาวุธไต่ระดับความสูงได้ประมาณ 6,000 กิโลเมตร และเคลื่อนตัวไปได้ไกลเป็นระยะทางประมาณ 1,000 กิโลเมตร ก่อนตกลงในทะเล ห่างจากเกาะโอชิมะ-โอชิมะ นอกชายฝั่งเกาะฮอกไกโด ไปทางตะวันตกประมาณ 200 กิโลเมตร นับเป็นความพยายามทดสอบไอซีบีเอ็มของเกาหลีเหนือ ครั้งที่ 8 แล้วตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยครั้งล่าสุดก่อนหน้านั้น
อนึ่ง ความเคลื่อนไหวทางทหารของเกาหลีเหนือในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังสำนักข่าวกลางเกาหลี ( เคซีเอ็นเอ ) เผยแพร่แถลงการณ์ของนางโช ซอน-ฮุย รมว.การต่างประเทศเกาหลีเหนือ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า การดำเนินการทางทหารของรัฐบาลเปียงยางในอนาคต “จะรุนแรงและเกรี้ยวกราดยิ่งกว่านี้” ตราบใดที่สหรัฐยังคงยึดมั่นกับนโยบาย “ป้องปรามและปกป้องทางทหาร” ให้แก่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ซึ่งเป็น “การเดิมพันที่ท้ายสุดแล้วสหรัฐต้องเป็นฝ่ายเสียใจ”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, REUTERS



