สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองหางโจว ประเทศจีน เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ว่า คุณคเชนทร์ณัฐ หยางอริยมงคล ชาวไทยผู้โยกย้ายไปใช้ชีวิตในหลายเมืองของจีน มานานราว 15 ปี ตัดสินใจกลับมาเปิดร้านอาหารไทยเล็กๆ ในตำบลโซ่วชาง เมืองเจี้ยนเต๋อ ที่มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน ซึ่งเป็นบ้านเกิดภรรยา เมื่อปี 2562


คุณคเชนทร์ณัฐ ผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารมานานกว่า 30 ปี เผยว่า การเปิดร้านอาหารในโซ่วชาง ทำให้เขารู้สึกราวกับอยู่ที่บ้าน เพราะโซ่วชางมีภูเขาและแม่น้ำสวยงาน และวิถีชีวิตสบาย ๆ คล้ายกับบ้านเกิดที่จังหวัดนครปฐม


ร้านอาหารแห่งนี้ นำเข้าวัตถุดิบจากไทย เพื่อให้ลูกค้าได้ลิ้มลองรสชาติต้นตำรับมากที่สุด ปัจจุบัน การซื้อขายและขนส่งวัตถุดิบสดใหม่นั้น ง่ายขึ้นกว่าที่เคย ด้วยอานิสงส์ความนิยมอาหารไทยในจีน และการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจระหว่างสองประเทศ ซึ่งดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แม้ร้านอาหารตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมือง แต่ลูกค้าจากทั้งในหางโจวและพื้นที่โดยรอบ ต่างหลั่งไหลมาลิ้มรสไม่ขาดสาย โดยเฉพาะช่วงวันหยุด และแม้เผชิญการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ธุรกิจอาหารไทยในจีนกลับมีแนวโน้มพัฒนาดีขึ้น


คุณคเชนทร์ณัฐ กล่าวว่า การนำเข้าวัตถุดิบในอดีตนั้นยากลำบาก และใช้เวลานานราว 2-3 สัปดาห์ แต่ปัจจุบันมีผู้นำเข้าและซัพพลายเออร์ในจีนมากขึ้น ร้านของเขาได้รับวัตถุดิบดั่งเดิมและสดใหม่ใน 2-3 วันเท่านั้น


นอกจากอาหารไทย มะพร้าวที่นำเข้าจากไทยก็ได้รับความนิยมมากขึ้นในจีน ข้อมูลจากเหอหม่า เฟรช (Hema Fresh) ร้านค้าของสดในเครืออาลีบาบา กรุ๊ป เผยว่า ยอดจำหน่ายน้ำมะพร้าวที่นำเข้าจากไทย เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในสิบเดือนแรกปีนี้ เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน ยอดจำหน่ายมะพร้าวสดคาดว่าจะสูงถึง 140 ล้านหยวน (ราว 703 ล้านบาท) ในปีนี้


อนึ่ง ข้อมูลจากสำนักพาณิชย์มณฑลเจ้อเจียง ระบุว่า ปริมาณการค้าระหว่างเจ้อเจียงกับไทย เมื่อปีที่แล้ว สูงถึง 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 537,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 34.2 เมื่อเทียบปีต่อปี แบ่งเป็นปริมาณการส่งออกสู่ไทย 9,620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 344,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.2 เมื่อเทียบปีต่อปี และปริมาณการนำเข้าจากไทย 5,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 194,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 37.9 เมื่อเทียบแบบปีต่อปี


จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด ตลาดส่งออกสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ที่สุด และแหล่งการลงทุนจากต่างประเทศที่สำคัญของไทย โดยปริมาณการค้าทวิภาคีระหว่างสองประเทศทะลุ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.58 ล้านล้านบาท) เป็นครั้งแรก เมื่อปี 2564 แม้เผชิญกับโรคระบาดใหญ่ และคาดว่าจะสูงเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (บีอาร์ไอ) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป).

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA