ท่ามกลางกระแสสุดฮอตฮิตของการแข่งขันกีฬาพันธุ์แกร่ง Hyrox Bangkok 2026 ที่เราได้เห็นบรรดาสายออกกำลังกายมาร่วมลงทำการแข่งขันเพื่อท้าทายขีดจำกัดของร่างกายผ่าน 8 ด่านสุดหฤโหด ที่แม้แต่เหล่าดารานักแสดงชื่อดังยังต้องมาจอยด้วย เช่น ณเดชน์ คูกิมิยะ, หมาก ปริญ, เจมส์ จิรายุ, แอน ทองประสม ฯลฯ

วันนี้ “ข่าวกีฬาเดลินิวส์” จะพาไปทำความรู้จักกีฬานี้กันว่าเริ่มต้นมาจากที่ไหน และ 8 ด่านปราบเซียนจะมีอะไรกันบ้าง

ไฮรอกซ์ (Hyrox) กำเนิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศเยอรมนี ในเมืองฮัมบูร์ก เมื่อปี 2017 ซึ่งเป็นการนำการออกกำลังกายแบบ “เวท เทรนนิ่ง” (Weight Training) ในฟิตเนส บวกกับ การวิ่งระยะไกล จนเกิดเป็นคำว่า “Fitness Race”

ซึ่งผู้ก่อตั้งกีฬานี้ ได้มองเห็นว่าไม่มีการแข่งขันที่เกี่ยวเวท เทรนนิ่ง ทั้งที่มีคนมากมายเข้าไปใช้บริการฟิตเนสในปัจจุบัน “ไฮรอกซ์” จึงถูกจัดขึ้นมาสำหรับทุกคน ทำให้เข้าถึงได้ง่ายกีฬามาราธอนหรือไตรกีฬา ที่จะต้องมีลาน ถนนหนทางซึ่งใช้พื้นที่กว้างกว่า ขณะที่ ไฮรอกซ์ สามารถใช้พื้นที่ในยิม ฟิตเนส ได้แบบสะดวกสบาย โดยกำหนดอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ไม่จำกัดเพศ

โดย 8 ด่านวัดใจผู้เข้าแข่งขันจะสลับไปกับการวิ่ง 1 กิโลเมตร กล่าวคือ เมื่อวิ่งครบ 1 กิโลเมตร จะต้องสลับไปเล่น 1 ด่าน แล้วก็วนกลับมาวิ่ง จากนั้นก็เปลี่ยนไปเล่นด่านใหม่ วนไปจนครบ 8 ด่าน ซึ่งมีดังนี้

1.SkiErg (1,000 เมตร) : ท่าดึงรอกเลียนแบบในท่าสกี เป็นการทดสอบพละกำลังกล้ามเนื้อแขน หลัง และลำตัวช่วงบน

2.Sled Push (50 เมตร) : ท่าดันเลื่อนน้ำหนักมหาศาล ในด่านนี้ต้องใช้แรงจากขาที่ต้องแข่งแกร่งจริงๆ

3.Sled Pull (50 เมตร) : ท่าดึงเลื่อนเข้าหาตัว ในด่านนี้กล้ามเนื้อจะถูกดึงและกล้ามเนื้อหลังจะทำงานหนักสุดๆ

4.Burpee Broad Jumps (80 เมตร) : ท่ากระโดดเบอร์พีแบบพุ่งไปข้างหน้า ทดสอบแรงกระโดด กล้ามเนื้อทั่วร่าง และระบบหัวใจแบบแทบหมดพลัง

5.Rowing (1,000 เมตร) : ท่าพายเรือบกที่ต้องใช้จังหวะและการคุมลมหายใจให้คงที่อยู่ตลอด

6.Farmers Carry (200 เมตร) : ท่าเดินแบกน้ำหนักด้วยมือทั้งสองข้าง ทดสอบความอึดของกล้ามเนื้อส่วนบนทั้งหัวไหล่ แขน หน้าอก และแรงกำของมือที่เผลอปล่อยนิดเดียวมีร่วงแน่นอน

7.Sandbag Lunges (100 เมตร) : ท่าลันจ์ที่จะเดินไปข้างหน้าพร้อมแบกถุงทรายไว้บนหลังของตัวเอง ท่านี้ไม่ต่างอะไรกับการระเบิดกล้ามเนื้อต้นขาเลย

8.Wall Balls (75-100 ครั้ง) : ด่านสุดท้ายที่ต้องโยนบอลใส่เป้าบนกำแพง วัดใจความอึดของร่างกายเฮือกสุดท้ายก่อนปิดจบกีฬาพันธุ์แกร่ง

ทั้งหมดนี้คือด่านที่จะทำให้ผู้เข้าแข่งขัน ล้มทั้งยืนจนบางคนที่แค่เห็นก็พูดออกมาแล้วว่า “สงสารร่างกาย” ทั้งนี้ในการแข่งขัน Hyrox Bangkok 2026 แบ่งออกเป็นหลายประเภทขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เข้าแข่งขัน

Open : การท้าทายขีดจำกัดของร่างกายตัวเองแบบมาตรฐาน ซึ่งเป็นประเภทที่ใครๆ ก็สามารถแข่งขันได้

Pro : ประเภทนี้ สำหรับผู้เข้าแข่งขันที่มีประสบการณ์แล้ว โดยจะเพิ่มน้ำหนักขึ้นไปเพื่อยกระดับขีดจำกัดของร่างกายไปอีกขั้น

Doubles : ประเภทนี้คุณจะต้องจับคู่กับเพื่อน และวิ่งไปพร้อมกัน แต่ความแตกต่าง คือ ผลัดกันเล่นฐานออกกำลังกายได้

Relay : รวมทีมกันเป็นและมาแข่งขันแบบ “รีเลย์” ซึ่งสมาชิกในทีมแต่ละคนจะต้องวิ่ง 2 ครั้ง ครั้งละ 1 กิโลเมตร และแบ่งกันไปเล่นในด่านต่างๆ คนละ 2 ด่าน

ต้องยอมรับว่า “ไฮรอกซ์” ในตอนนี้เป็นกระแสนิยมแบบล้นหลามสุดโดยเฉพาะในกลุ่มสายออกกำลังกายในฟิตเนส แน่นอนว่าเป้าหมายของคนออกกกำลังกายคือ การทำลายขีดจำกัดตัวเองไปเรื่อยๆ ตอนแรกยกดัมเบลได้แค่ไม่กี่กิโลฯ ก็อยากจะยกให้ได้หนักขึ้น หรือตอนแรกอาจจะวิ่งได้แค่ 500 เมตรก็หมดแรง พวกเขาก็ต้องอยากวิ่งให้ได้เป็นกิโลเมตรหรือหลักสิบกิโดลเมตร

เพราะฉะนั้นเหตุผลที่ทำให้ “ไฮรอกซ์” เป็นกระแสคือความท้ายทายร่างกายของผู้เข้าแข่งขันแบบรู้กันไปเลยว่า แต่ละคนนั้นแข็งแกร่งจริงหรือไม่ เพื่อเป็นการพัฒนาร่างกายสู่ขีดสุดเท่าที่แต่ละคนจะรับไหว ขณะเดียวกับภาพบรรยากาศที่ดิบ เรียลๆ ก็อาจสร้างอรงบันดาลใจให้คนที่เห็นลุกขึ้นมาพร้อมปฎิญานว่า ปีนี้จะต้องออกกำลังกาย แม้จะเป็นคำที่พูดทุกปี แต่ก็อาจจะออกกำลังกายบ้าง ไม่ออกบ้าง

อย่างที่บอกไปว่าในปัจจุบันคนหันมาเข้าฟิตเนสออกกำลังกายกันมากขึ้นจนทำให้บรรดาสถานที่ออกกำลังกายหรือ “ฟิตเนส” ต่างก็มีการขยายตัวในเชิงบวกมากขึ้น สะท้อนให้เห็นความกระตือรือร้นที่จะสร้างกีฬา “ไฮรอกซ์” ให้กลายเป็นกีฬายอดนิยมได้ในอนาคต

ขอบคุณภาพจาก Instagram : hyroxtha