วานนี้ (18 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานแผนการแนวแปลกของประเทศมอลตาที่ต้องการจำกัดจำนวนรถยนต์ที่วิ่งบนท้องถนนในประเทศ โดยเสนอเงินตอบแทนจำนวน 25,000 ยูโร (ประมาณ 818,775 บาท) แก่ประชาชนที่ยอมคืนใบขับขี่และงดขับรถเป็นระยะเวลา 5 ปี 

มอลตาเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในยุโรป แต่กลับมีความหนาแน่นของยานพาหนะบนท้องถนนสูงที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของทวีป จึงเกิดปัญหาจราจรติดขัดจนกลายเป็นเรื่องปกติ เพื่อบรรเทาปัญหานี้ ทางการจึงได้ผุดโครงการที่ชื่อว่า “โครงการสละใบอนุญาตขับขี่” (Driving License Surrender Scheme) เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนยอมส่งคืนใบขับขี่และงดเว้นการใช้รถส่วนตัวเป็นเวลานานสูงสุดถึง 5 ปี

คริส โบเนตต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของมัลตา ระบุว่าเป้าหมายหลักประการหนึ่งของโครงการนี้คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้พวกเขามีนิสัยชอบใช้รถยนต์ส่วนตัวกันจนเคยตัว 

โครงการใหม่นี้เสนอเงินตอบแทนให้คนรุ่นใหม่จำนวน 25,000 ยูโร แลกกับการส่งคืนใบขับขี่โดยสมัครใจและงดเว้นการขับขี่เป็นเวลา 5 ปี โดยจะจ่ายเงินเป็นงวดๆ ปีละ 5,000 ยูโร (ราว 187,805 บาท) ทั้งนี้ หากผู้เข้าร่วมโครงการเปลี่ยนใจก่อนครบกำหนด 5 ปี ก็จะต้องคืนเงินที่ได้รับไปตามสัดส่วนระยะเวลาที่เหลือ

ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้จะต้องมีอายุไม่เกิน 30 ปี, พำนักอาศัยอยู่ในมอลตามาแล้วอย่างน้อย 7 ปี, ถือใบขับขี่รถยนต์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 เดือน และไม่เคยถูกสั่งพักหรือเพิกถอนใบขับขี่มาก่อน

ทางการมอลตาได้จัดสรรงบประมาณปีละ 5 ล้านยูโร (ราว 187.8 ล้านบาท) สำหรับโครงการนี้ ซึ่งจำกัดจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์อยู่ที่ 1,000 คนต่อปี 

ตอนนี้ผลตอบรับเบื้องต้นบ่งชี้ว่า มีผู้ให้ความสนใจสูงมาก สะท้อนว่าสำหรับคนรุ่นใหม่จำนวนมากแล้ว แรงจูงใจทางการเงินนั้นสำคัญกว่าการได้ขับรถยนต์

สำหรับใบขับขี่ที่ส่งคืนทางการไปแล้ว จะถือว่าถูกระงับเป็นการถาวร และหากบุคคลดังกล่าวต้องการกลับมาขับรถใหม่หลังครบกำหนด 5 ปี จะต้องเข้ารับการเรียนขับรถเพิ่มเติมอีก 15 ชั่วโมงเพื่อขอใบอนุญาตฉบับใหม่

เป้าหมายของโครงการนี้ตามที่ประกาศไว้ก็คือการลดจำนวนผู้ขับขี่ที่ใช้งานจริงบนท้องถนน และส่งเสริมให้หันไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทน โดยมีจุดมุ่งหมายสูงสุดเพื่อแก้ปัญหาจราจรติดขัดและลดระดับมลพิษในอากาศ

ที่มา : odditycentral.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES