นายชวพล จริยาวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เทคโนโลยีจะเป็นตัวช่วยผลักดันให้เกิดผลกระทบใหม่ในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยจะมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5จี คลาวด์ และปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ เป็นหลักในยุคอุตสาหกรรมดิจิทัลที่กำลังจะมาถึง เช่น อุตสาหกรรม 5จี สมาร์ท พอร์ต ในท่าเรือเทียนจิน ของจีน ที่ต้องรองรับตู้คอนเทเนอร์สินค้ามากถึง 3-5 ล้านตู้ต่อปี มีการนำ 5จี คลาวด์ และเอไอ มาประยุกต์ใช้สามารถสั่งการจากระยะไกล 1-2 กิโลเมตร ด้วยความเร็วการเชื่อมต่อ 1 Gbps มีค่าความหน่วงที่ต่ำมาก ช่วยลดความเสี่ยงของบุคลากรในการปฏิบัติงานในพื้นที่ และช่วยลดต้นทุนด้านบุคลากรลงได้ประมาณ 60-70% และลดต้นทุนในภาพรวมได้ถึง 10%

สำหรับทิศทางอุตสาหกรรมปี 2030 (พ.ศ. 2573) หรือ 8 ปี ข้างหน้า ใน 7 ภาคอุตสาหกรรมสำคัญจะประกอบด้วย 1. ภาคสาธารณสุข ที่จะเน้นเรื่องการป้องกันโรคมากกว่าการรักษา โดยใช้เทคโนโลยีช่วยคาดการณ์ของกลุ่มลูกค้า ที่อาจมีความเสี่ยงต่อโรครวมทั้งการนำดิจิทัลมาเพิ่มศักยภาพให้บุคลากรจำนวนเท่าเดิมแต่ดูแลผู้ป่วยได้มากขึ้น 2. ภาคอุตสาหกรรมอาหาร มีการทำเกษตรที่มีความแม่นยำ( Precision Farming) เพื่อให้ประสิทธิภาพ การเพาะปลูกดีขึ้น ลดการใช้สารเคมี 3. ภาคอสังหาริมทรัพย์ จะใช้เทคโนโลยีจัดการพื้นที่อยู่อาศัย ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้อุปกรณ์ในบ้านสื่อสารข้อมูลกันเองได้อัตโนมัติ เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมเจ้าของบ้านมากขึ้น

4. ภาคคมนาคม จะเน้นรถอัตโนมัติไร้คนขับแบบคาร์บอนต่ำ 5. ภาคเมือง จะเปลี่ยนเป็นสมาร์ทซิตี้ ประชาชนจะสามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้สะดวกยิ่งขึ้น 6. ภาคองค์กรธุรกิจ จะนำเทคโนโลยี อัจฉริยะมาปรับกระบวนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และ 7. ภาคอุตสาหกรรมพลังงาน มีการเปลี่ยนแปลง มีการใช้สร้างพลังงานทางเลือกอื่น ๆ มากขึ้น.