สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ว่ากลุ่มตาลีบันประกาศเมื่อวันอังคาร เรื่องการ "นิรโทษกรรม" ให้แก่อดีตเจ้าหน้าที่รัฐ "ทุกคนและทุกระดับ" ในอัฟกานิสถาน และขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ทำงานและดำเนินชีวิตประจำวันตามปกติ รวมถึงการที่เด็กผู้หญิงทุกคนสามารถไปโรงเรียนได้ ผู้หญิงสามารถทำงานนอกบ้านได้ต่อไป และสำนักข่าวทุกแห่งรายงานสถานการณ์ได้ตามปกติ
The Taliban announces an “amnesty” across Afghanistan and urges women to join its government, AP reports https://t.co/A4AbhNNByK
— Bloomberg (@business) August 17, 2021
ขณะเดียวกัน แถลงการณ์ระบุว่า "คณะผู้ปกครองของเอมิเรตอิสลามอัฟกานิสถาน" ซึ่งเป็นการกลับมาใช้ชื่อในสมัยที่อัฟกานิสถานอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลตาลีบัน ระหว่างปี 2539-2544 ไม่ต้องการให้สตรี "อยู่ในสถานะตกเป็นเหยื่อ" และประสงค์ให้ส่วนร่วมกับโครงสร้างการบริหารอำนาจรัฐในทุกระดับ "ภายใต้กฎหมายชารีอะห์" พร้อมทั้งยืนยันว่า จะไม่มี "การบังคับขู่เข็ญเรื่องศาสนา"
The Taliban has said girls can go to school as long as they wear a hijab and "Islamic Sharia laws are not neglected," after retaking Kabul on Sunday.
— Bloomberg Quicktake (@Quicktake) August 16, 2021
During its 1996-2001 rule, women could not work, attend high school or appear in public without a burqa https://t.co/2LZSRV1YOW pic.twitter.com/FwF5xAMhKR
ด้านสำนักข่าวเอพีของสหรัฐรายงานโดยอ้างแหล่งข่าว ว่ามุลเลาะห์ เอเมียร์ ข่าน มุตตาคี หนึ่งในสมาชิกระดับสูงของกลุ่มตาลีบัน เดินทางจากกรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ มายังกรุงคาบูล เพื่อเจรจากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอดีตรัฐบาลพลเรือนอัฟกานิสถาน ซึ่งรวมถึงอดีตประธานาธิบดีฮามิด คาร์ไซ และนายอับดุลเลาะห์ ดับดุลเลาะห์ ซึ่งเคยทำหน้าที่หัวหน้าคณะเจรจาของรัฐบาลคาบูล เพื่อพบหน้ากับกลุ่มตาลีบันมาแล้วหลายครั้ง.
เครดิตภาพ : AP



