สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ว่า เนื่องด้วยภาวะเงินเฟ้อที่จะรุนแรงขึ้น การโจรกรรมอาจขยายวงกว้างมากกว่าเดิมเช่นกัน ส่งผลให้ผู้ค้าปลีกหลายคนระมัดระวังการขโมยของในร้านค้า และเพิ่มการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น แม้จะเป็นกับสินค้าทั่วไปอย่างเนย, ชีส, ผงซักฟอก หรือโปรตีนบาร์ก็ตาม

ทั้งนี้ บริษัทเทสโก้ และบริษัทเจเซนส์บูรีส์ อยู่ในกลุ่มผู้ค้าปลีกมากกว่า 100 รายที่เรียกร้องให้ตำรวจสหราชอาณาจักรให้ความสำคัญกับอาชญากรรมการค้าปลีก เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากค่าครองชีพส่งผลกระทบต่อผู้ซื้อเป็นอย่างมาก

“ผมไม่เห็นใจคนที่ขโมยของในร้าน แต่ผมเข้าใจคนสิ้นหวังที่ต้องทำตัวอย่างสิ้นหวัง” นายจอห์น อัลลัน ประธานบริษัทเทสโก้ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางบริษัทยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา รวมถึงพนักงานในร้านด้วย

อย่างไรก็ดี ครัวเรือนในสหราชอาณาจักรมากกว่า 1 ใน 4 กล่าวว่า พวกเขากำลังประสบปัญหาทางการเงิน และส่วนใหญ่ระบุว่า ความกังวลหลักของพวกเขา คือ ราคาอาหารและเครื่องดื่มที่สูงขึ้น

อันที่จริงแล้ว การขโมยของในร้านค้ามักจะเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาของความยากลำบากทางการเงิน ดังเช่นที่ผู้ค้าปลีกจำนวนมากพบกรณีเช่นนี้มากขึ้นในช่วงวิกฤติทางการเงิน

“มันมีแรงกดดันต่อครอบครัวและงบประมาณส่วนตัว อีกทั้งยังมีแรงกดดันเกี่ยวกับการให้ของขวัญในช่วงคริสต์มาสด้วย” นายริชาร์ด ลิม ผู้บริหารสูงสุดของบริษัทที่ปรึกษาด้านการวิจัย “รีเทล อีคอนอมิกส์” กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดคือปัจจัยที่อาจทำให้การโจรกรรมร้านค้าเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้ได้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES