จัดเป็นตัวพ่อนักร้องลูกทุ่งที่อยู่มาแล้วทุกยุคทุกสมัย จะเป็นใครไปไม่ได้นอกซะจาก ลูกทุ่งอารมณ์ดี ยิ่งยง ยอดบัวงาม ที่ล่าสุดผันตัวเข้าสู่สายบุญ เดินหน้าสร้างพระ สร้างบันไดถวายวัดอย่างใหญ่โต แต่กว่าจะประสบความสำเร็จบรรลุเป้าหมายในชีวิตได้ ยิ่งยงต้องผ่านอะไรมาบ้าง และมูเตลูอะไร ถึงได้เปรี้ยงปังเป็นนักร้องอมตะจนถึงทุกวันนี้ ล่าสุดเจ้าตัวขอวาร์ปมาเปิดเผยเบื้องหลังผ่านรายการ โต๊ะหนูแหม่ม แบบลึกสุดใจ

ยิ่งยง เผยว่า “เรื่องเข้าวัดทำบุญบ่อยมาก ผมเริ่มต้นจากสร้างพญานาค หน้าตัก 12 เมตร สูง 29 เมตร ที่วัดบ้านโคกโพน จังหวัด ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเราเอง ตอนนี้สร้างไปได้ 70 เปอร์เซ็นต์แล้วครับ และก็ไปสร้างซ่อมแซมบันไดวัด ให้กับ วัดสารภี ซึ่งบันไดสมัยก่อนมันเป็นบันไดที่ขรุขระ คนเฒ่าคนแก่ขึ้นยาก เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนขึ้นไปไหว้พระได้ พี่ว่าบุญมันเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น มันเปรียบเสมือนเป็นธาตุอากาศ อากาศที่เรามองไม่เห็นแต่ว่าสามารถหายใจใช้ชีวิตอยู่ได้ ดังนั้นบุญก็เหมือนอากาศทำให้เรามีลมหายใจ เราทำแล้วสุขมากที่ได้ไปทำบุญ วัดนู้นวัดนี้ และให้โอกาสคนอื่น”

“ทำบุญเยอะจนมีนิมิตคือ ตอนที่สร้างพระนาคปรก นิมิตว่ามีคนมากระซิบที่ข้างหู ให้ไปสร้างพระที่วัดนะลูก ก็คิดว่าเสียงนั้นคงเป็นเสียงหลักที่เราเชื่อ เมื่อครั้งเราเคยขอเป็นนักร้องนะครับ มันเป็นเรื่องเล่าเหมือนความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ แล้วแต่วิจารณญาณ ผมเคารพบูชาพ่อหลักเลยครับ ก็คือเป็นที่เคารพบูชาที่บ้านครับ จริงๆพ่อหลักไม่มีตัวเป็นตน เป็นต้นโพธิ์ที่เป็นหินครับ ทุกคนก็จะเรียกว่าพ่อหลัก คือมีอยู่วันนึง ตอนนั้นอายุ 20กว่าๆ ก็เกี่ยวข้าวก็เหนื่อยอะ และก็เครียดทำนาอะเนอะ จิตเราก็คิดตลอดอยากมีเงินสักก้อนนะ ไว้ปลูกบ้านให้แม่อยู่ให้พ่ออยู่แบบมีความสุข เราคิดว่าได้แค่นั้นเราก็พอใจแล้ว แล้วพอโพล้เพล้ก็ไปไหว้พระ ไปหาหลวงพ่อ ไม่มีหลวงพ่ออยู่เลย ก็เลยไปจุดธูปขอธูปมา 9 ดอก ไปไหว้ตรงเห็นที่เป็นพ่อหลัก บอกพ่อหลักว่าลูกอยากมีเงินซักก้อนปลูกบ้านให้พ่อกับแม่อยู่ อยากเป็นศิลปินอยากเป็นนักร้อง ความดังไม่ต้องขนาดพี่เป้า หรือพี่แอ๊ว พ่อไวพจน์ หรือพี่ศรชัย ขอให้เป็นเศษเสี้ยวของศิลปินเหล่านั้นก็พอแล้ว และก็กลับบ้านอาบน้ำนอนกินข้าว กลางคืนก็เห็นมีหินสองอันนั้นลงจากโบสถ์และก็มาพรมน้ำมนต์ให้ผมกับแม่ ตื่นเช้ามาแม่ก็ส่งเงินให้มากรุงเทพฯ จริงๆเคยมากรุงเทพฯหลายครั้งแล้วนะ มาสมัครร้องเพลงแบบนี้แต่ก็ไม่เคยได้ พอมาเที่ยวนี้ก็ไปสมัครกับพ่อบรรจง มนต์ไพร ที่ซอยบุปผาฯ และก็อยู่กับพี่หมวย มิ่งขวัญ เมืองปทุม เดินสายไปเรื่อย จนในที่สุดได้บันทึกเสียงกับ พี่ภมร เมื่อปี 2529 อันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นในชีวิตการเป็นนักร้อง”
“พอดังแล้วเราก็นึกถึงท่านตลอดเวลา เวลากลับไปบ้านก็จะไปไหว้ท่าน ถวายอาหารอะไรแบบนี้ จิตก็คิดตลอดว่าเมื่อไรจะได้สร้างท่านเสียที ทุกครั้งมีเหตุการณ์ร้ายๆเราก็จะพึ่งพระ พึ่งวัดนี่แหละเพราะว่าเราก็คือเด็กวัด จนเราได้เริ่มศึกษาเรื่องธรรมมะที่วัด เพราะได้น้องนาง ศิริพร เป็นคนนำพาด้วย เคยไปบวชมา 15 วัน”



