เมื่อวันที่ 6 พ.ค. รายงานการสืบสวนพบว่า สำหรับ “มาดามเก่ง” เริ่มรู้จักกับ “โทน บางแค” ตั้งแต่ปี 2565 ผ่านทาง “ตี๋ตื่น” เซียนพระรุ่นพี่ ภายหลังมาดามเก่งเคยขอให้ตี๋ตื่นช่วยดูพระเครื่องให้ กระทั่งวันหนึ่งมาดามเก่งได้โทรศัพท์ไปปรึกษาเรื่องขายรถเบนท์ลีย์ เนื่องจากถูกเต็นท์รถกดราคา
“มาดามเก่ง” บุก บช.ก. เปิดหมดเปลือก! แฉขบวนการหนี้มหึมา บ่ายวันนี้
ขณะนั้นตี๋ตื่นระบุว่ากำลังนั่งอยู่กับโทน บางแค ซึ่งมีความรู้เรื่องรถหรู ก่อนส่งโทรศัพท์ให้พูดคุยกัน โดยโทนเมื่อทราบว่าเป็นมาดามเก่ง ก็รีบอาสาช่วยเหลือทันที เนื่องจากรู้จักชื่อเสียงในวงการพระว่าเป็นคนใจสปอร์ตและกล้าลงทุน พร้อมนัดเข้าไปดูรถและรับปากจะหาช่องทางขายให้ได้ราคาดีกว่าเต็นท์รถทั่วไป โดยอ้างว่ามีเครือข่ายในวงการรถหรู
รายงานข่าวระบุอีกว่า ช่วงแรกโทนมีพฤติกรรมเข้าหาอย่างใกล้ชิด พูดจาเอาอกเอาใจเก่ง และพยายามสร้างความน่าเชื่อถือ โดยอ้างว่าตนทำเพจมีผู้ติดตามจำนวนมาก มีต้นทุนทางสังคมสูง สามารถช่วยขายสินค้าได้ดี ทำให้มาดามเก่งเริ่มไว้วางใจ ทดลองนำทรัพย์สิน ทั้งนาฬิกา กระเป๋าแบรนด์เนม พระเครื่อง และรถหรู มาให้โทนช่วยขาย โดยมีการตีเช็คประกันและกำหนดระยะเวลา 10 เดือนในการขึ้นเงิน
นอกจากนี้ โทนยังขอยืมเงินมาดามเก่ง เพื่อไปผลิตกล้องส่องพระ อ้างว่าจ้างบริษัทจากประเทศเยอรมนีผลิตโดยมีข้อตกลงเกี่ยวกับผลผลิตกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปมาดามเก่งไม่เคยได้ตามข้อตกลง จึงทวงถามก็ได้รับเหตุผลที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง ทำให้มาดามเก่งเริ่มเกิดความสงสัยในพฤติกรรม
ต่อมามีการตรวจสอบทรัพย์สินที่นำไปฝากขาย ก็อ้างว่าขายได้บางส่วน แต่ไม่นำเงินมาคืน อีกทั้งยังพบว่านาฬิกาหรูยี่ห้อริชาร์ด มิลล์ ถูกนำไปสวมใส่อวดในโซเชียลมีเดีย ไม่ได้นำไปจำหน่ายตามที่กล่าวอ้าง รวมถึงพระเครื่องและทรัพย์สินอื่นที่นำมาใช้เป็นหลักประกันในการเจรจาประนอมหนี้ เมื่อตรวจสอบพบว่ามีการตั้งราคาสูงกว่าราคากลางหลายเท่า สร้างความเสียหายให้กับมาดามเก่งเป็นอย่างมาก
รายงานข่าวระบุด้วยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของมาดามเก่งอย่างรุนแรง จนเกิดความเครียดสะสมและป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ก่อนตัดสินใจเข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป



