สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติของสิงคโปร์ มีมติเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ยกเลิกเนื้อหาบางส่วนของมาตรา 377เอ ของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งบัญญัติตั้งแต่สมัยการอยู่ภายใต้อาณานิคมของสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2481 ที่ระบุว่า การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชาย ถือเป็นความผิดอาญา และมีบทลงโทษจำคุกนานสูงสุด 2 ปี
อย่างไรก็ตาม การแก้ไขกฎหมายยังไม่ครอบคลุมการรับรองการสมรสระหว่างชายกับชาย เนื่องจากสิงคโปร์ยังคงยึดมั่นกับการปกป้องหลักการสมรส ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นฐานของสถาบันครอบครัวที่แข็งแกร่ง ด้วยเหตุนี้ “การแต่งงานที่ได้รับการยอมรับตามกฎหมายของสิงคโปร์” ตามมาตรา 377เอ จะยังคงเป็นเรื่องระหว่าง “ชายกับหญิง” ซึ่งประเด็นนี้จึงยังคงสร้างความผิดหวังและเรียกเสียงวิจารณ์จากกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเดินหน้าเรียกร้องเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2550
ทั้งนี้ กลุ่มนักเคลื่อนไหวเรียกร้องการยกเลิกมาตรา 377เอ มองว่า การยังคงตีกรอบเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ต้องเป็นเรื่องระหว่างชายกับหญิงเท่านั้น เป็นการเลือกปฏิบัติทางสังคม จึงมีการผลักดันผ่านการจัดกิจรรมของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ ที่เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง และมีบุคคลมีชื่อเสียงในสังคมของสิงคโปร์เข้าร่วมหลายคน รวมถึงนายลี ฮวน อู หลานชายของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งแต่งงานกับคู่รักเพศเดียวกันที่แอฟริกาใต้ เมื่อปี 2562
อนึ่ง ก่อนการอภิปรายและลงมติของสภา นายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง ผู้นำสิงคโปร์ เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ว่า ทัศนคติและการรับรู้ของชาวสิงคโปร์ที่มีต่อเรื่องนี้ “เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมาก” ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะกับกลุ่มคนหนุ่มสาว ตอนนี้จึงได้เวลาอันสมควรแล้ว ที่จะมีคำตอบให้กับคำถามที่ว่า การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชาย “เป็นเรื่องส่วนบุคคลหรือเป็นอาชญากรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อสังคม” และแสดงความเชื่อมั่นว่า การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น จะส่งผลให้สิงคโปร์เป็นสังคมที่มีความเกื้อกูลต่อกันมากกว่าเดิม.
เครดิตภาพ : REUTERS



