สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ว่า นางซุน ชุนหลาน รองนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งกำกับดูแลนโยบายเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศ กล่าวว่า จีนกำลังเผชิญกับ “สถานการณ์ใหม่และภารกิจใหม่” ในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ในขณะที่เชื้อไวรัสโอมิครอนกลายพันธุ์ลดความรุนแรงลง เนื่องจากประชาชนได้รับวัคซีนมากขึ้น และประสบการณ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการควบคุมโรคเพิ่มมากขึ้นด้วย


อย่างไรก็ดี รองนายกรัฐมนตรีหญิงของจีน เรียกร้อง “การยกระดับประสิทธิภาพ” ให้กับการตรวจคัดกรอง การรักษา และการกักตัว ด้านสื่อท้องถิ่นหลายแห่งรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า เจ้าหน้าที่จะลดการตรวจคัดกรองแบบครอบคลุมทั้งเมือง และอนุญาตให้ผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย กักตัวที่บ้านได้


ถ้อยแถลงดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลปักกิ่ง เกิดขึ้น 1 วัน หลังการประท้วงต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่ ในเขตเทศบาลเมืองกว่างโจว เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งต่อจากนั้น หน่วยงานท้องถิ่นยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ในอย่างน้อย 7 เขต โดยหนึ่งในนั้น ประกาศให้โรงเรียนสามารถกลับมาจัดการเรียนการสอนภายในชั้นเรียน และการเปิดสถานประกอบกิจการหลายแห่งอีกครั้ง ซึ่งรวมถึงโรงภาพยนตร์และร้านอาหาร


ขณะเดียวกัน สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจีน ได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดจากบรรดานักลงทุนจากนานาประเทศด้วย จากการที่จีนเป็นประเทศซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และยังเป็นประเทศเดียวที่ใช้มาตรการควบคุมโรคโควิด-19 “อย่างเคร่งครัดในระดับสูงสุด” กระนั้น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ยังคงเชื่อมั่นว่า สถานการณ์รอบนี้จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีน “ในระยะสั้น” เท่านั้น.

เครดิตภาพ : REUTERS