เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 11 ก.ย. ร.ต.อ.ธนวัฒน์ สรวงศิริ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุชายหนุ่มทำทีเป็นลูกค้า เข้าลองสวมแหวนทองแล้วเดินหนีออกจากร้าน เหตุเกิดที่ร้านทองชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาอุดรธานี โดยพนักงานร้านทองและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ทันควัน พร้อมนำตัวส่งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า สภ.เมืองอุดรธานี ท่ามกลางหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพไว้ครบถ้วน

จากการสอบสวน ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือนายภาคิน สมพา หรือ “เต๋า” อายุ 30 ปี ชาว อ.เมือง จ.อุดรธานี เบื้องต้นยอมรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง โดยก่อนหน้านี้ยังพยายามก่อเหตุที่ร้านทองอีกแห่ง แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากคืนแหวนให้พนักงานทันที ก่อนจะย้อนมาก่อเหตุสำเร็จที่ร้านทอง “เซ่งเฮง” น้ำหนักแหวน 2 สลึง มูลค่า 28,000 บาท

นายภาคินให้การว่า ตนจงใจก่อเหตุเพราะ “อยากติดคุก” เนื่องจากมีปัญหาชีวิต ทั้งความน้อยใจแม่ที่ไม่ยกที่ดินให้ ตลอดจนความรู้สึกว่าตนทำอะไรก็ไม่สำเร็จ อีกทั้งยังมีหนี้สินและภาระครอบครัว แม้มีภรรยาและลูกเล็กที่คอยดูแลอยู่แล้วก็ตาม เจ้าตัวยอมรับว่าเสพยาบ้าเป็นประจำ วันละ 1–2 เม็ด ล่าสุดเพิ่งเสพเมื่อ 5 วันก่อน

ด้านพนักงานร้านทองให้ข้อมูลตรงกันว่า ขณะก่อเหตุ นายภาคินพูดกับพนักงานว่า “ถ้าเดินออกไปจะถูกจับไหม” และยังขอให้เรียกตำรวจมาจับ โดยพนักงานและเจ้าหน้าที่จึงรีบควบคุมตัวไว้ ก่อนส่งให้ตำรวจดำเนินคดี

ต่อมา น.ส.อริสา โสดสิงห์ ภรรยาผู้ก่อเหตุ พร้อมลูกสาววัย 3 ขวบและญาติ ได้เดินทางมาเยี่ยมที่โรงพัก โดยเล่าว่าสามีมีอาการเครียดและหลอน คิดว่าจะมีคนทำร้าย ก่อนเกิดเหตุยังพูดว่าจะไปปล้นทองและฆ่าตัวตาย แต่เธอคิดว่าเป็นการพูดเล่น กระทั่งมาทราบข่าวก็แทบช็อก ภรรยายังบอกอีกว่าอยากให้สามีคิดถึงครอบครัวและลูกเล็กที่ยังต้องการการดูแล

ผลตรวจปัสสาวะนายภาคินพบสารเสพติดเป็นบวก เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ส่วนคดีลักทรัพย์ ร้านทองผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ ทำให้ตำรวจบันทึกประวัติและดำเนินคดีในส่วนของยาเสพติด พร้อมวางมาตรการป้องกันไม่ให้ก่อเหตุซ้ำ